ขับรถเที่ยวอังกฤษ สก็อตแลนด์ Part 6 : การเช่ารถ รับรถและคืนรถ

The ultimate Road trip across UK

London – Scotland – Isle of Skye Part 6

Car Rental / Pick Up & Return

cover

สำหรับใครที่ต้องการท่องเที่ยวด้วยการขับรถ ผมแนะนำให้รีบทำการจองรถหรือหาข้อมูลตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่เราจะต้องตรวจสอบข้อมูลและตัดสินใจ ไม่สามารถเข้าเวบปุ๊บแล้วจะจองได้เลย นอกจากนั้นหากเราเข้าไปจองรถแบบกระชั้นอาจจะไม่มีรถแบบที่เราต้องการ เช่น รถเกียร์ออโต้ ซึ่งมีน้อยแต่ความต้องการสูง หรืออาจจะได้รถที่ไม่ดีก็ได้ ที่สำคัญจากการที่เข้าไปเช็คราคารถตลอดพบว่ายิ่งปล่อยเวลาผ่านไป ค่าเช่ารถก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจถูกลงเพราะฉะนั้นขอให้ดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆดีกว่า

ก่อนจะเข้าไปจองรถเพื่อเช่ารถขับ ให้ลองสรุปประเด็นสำคัญๆ ซึ่งจะมีผลกับค่าใช้จ่ายในการเช่ารถไว้ล่วงหน้าก่อนทำการจองดังนี้

  1. จำนวนคนขับ ค่าเช่ารถจะรวมคนขับให้แค่ 1 คนเท่านั้น ถ้าจะมีคนขับเพิ่มจะต้องจ่ายเพิ่มต่อคน
  2. ขนาดของรถ ต้องดูว่าไปกันกี่คน และต้องใช้กระเป๋าเดินทางกี่ใบเพราะจะมีการกำหนดไว้เลย อาทิเช่น กรณีของผม ไปกัน 4 คนแม้จะเป็นรถใหญ่ 5 ที่นั่ง แต่อนุญาตให้เอากระเป๋าขึ้นรถได้ 3 ใบเท่านั้น(ผมกับน้องอีกคนเลยต้องแชร์กระเป๋ากัน)
  3. GPS ต้องการหรือไม่ ซึ่งผมแนะนำว่าควรจะมี
  4. ระยะทางในแต่วัน เพราะการเช่ารถจะมีกำหนดระยะทางสูงสุดที่จะให้ขับได้ในแต่ละวันซึ่งในกรณีของผมจะกำหนดไว้ที่200 ไมล์ต่อวัน ถ้าขับไกลกว่านี้จะคิดตามระยะทางที่เพิ่มขึ้น
  5. ประกันภัย จะให้เราเลือกว่าต้องการแบบไหน ผมแนะนำเลยจริงๆว่าควรจะเอาประกันสูงสุดที่ครอบคลุมทกอย่าง เพราะไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามีอุบัติเหตุค่าใช้จ่ายมันจะมากมายมหาศาลขนาดไหน และถ้าเราเลือกประกันแบบขั้นต่ำ ในกรณีของ Euro Car คุณจะต้องออกค่าใช้จ่ายค่าเสียหายหรือการรักษาพยาบาลไปก่อน บริษัทถึงจะทำเงินคืนให้ทีหลัง แต่ถ้าเป็นประกันที่ cover ทุกอย่าง ทาง Euro Car จะรับผิดชอบให้ทั้งหมด รวมทั้งเวลาคืนรถก็ไม่ยุ่งยาก ประหยัดเวลาเพราะถ้าประกันของเราครอบคลุมทุกอย่างไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ตรวจอะไรมากเพราะหากมีรอยเสียหายเกิดขึ้นก็อยู่ในเงื่อนไขประกันอยู่แล้ว
  6. อุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น Car seat จะมีมั้ย
  7. เป็นรถ Auto หรือ Manual ถ้าต้องการ Auto แนะนำว่าต้องรีบจอง เพราะมีความต้องการค่อนข้างสูง
  8. การรับรถ ส่งรถที่เดียวกันหรือไม่ ถ้าส่งกันคนละที่ ปกติจะมีคิดค่านำรถมาคืน ณ จุดเริ่มต้นจากลูกค้าด้วย

หลายคนอาจจะส่งสัยว่ามีบางข้อที่ทางบริษัทให้เช่ารถจะทราบได้ยังไง เช่น จำนวนคนขับ หรือไมล์ที่ใช้ในแต่ละวัน ขอสารภาพว่าผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันคับว่าเขามีวิธีการยังไงในการเช็ค แต่คิดว่าถ้าตั้งมาเป็นกฎได้ เขาก็คงมีวิธีการเช็คได้

การจองรถ

ปกติ Website อันดับ 1 ที่นิยมเข้าไปจองรถกันตอนนี้คือ http://www.rentalcars.com เพราะเป็นเสมือนเวบศูนย์กลางการเช่ารถที่ทำให้เราสามารถเปรียบเทียบราคาจากหลายๆเจ้าได้ ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้นและเลือกใช้เจ้าที่ให้ราคาและข้อเสนอดีที่สุด

สำหรับวิธีการจองผ่านเวบนี้ก็ไม่ยาก มีขั้นตอนดังนี้

  1. เข้าไปที่ rentalcars.com

1

2. จากนั้นระบุสถานที่ต้นทางที่เราจะรับรถ ถ้ารับรถและคืนรถ ณ สถานที่เดียวกันให้ข้ามไปเลือกวันรับรถกับวันคืนรถเลย แต่ถ้าจะคืนรถต่างสถานที่กันก็ให้คลิ๊กตรงช่อง Drop car off at different location จากนั้นก็เลือกสถานที่คืนรถแล้วค่อยไปเลือกวันรับรถและคืนรถ จากนั้นก็กด Search

2

3. เมื่อเรากด search เสร็จเวบก็จะโชว์ทางเลือกต่างๆมาให้ แต่เพื่อให้เราได้รถตรงความต้องการมากขึ้นก็ให้เราทยอยไปกำหนดสเปคต่างๆ ก่อน เริ่มจากด้านบน เลือกรถตามจำนวนคนและจำนวนกระเป๋าที่เหมาะกับกรุ๊ปของเรา

3

4. จากนั้นทางขวามือจะมีสเปคอื่นๆที่จำเป็นให้เราเลือก เราก็ไปกดเลือกเฉพาะที่ต้องการ ซึ่งสเปคของรถที่จะให้เราเลือกจะประกอบไปด้วย

  1. บริษัทที่ให้เช่ารถ ส่วนใหญ่ผมจะไม่คลิ๊กตรงนี้เพื่อขอดูข้อเสนอทุกบริษัท แต่ถ้าเรารู้สึกว่ามีบริษัทมีชื่อเสียงไม่ดี ไม่อยากได้ เราก็เลือกติ๊กเฉพาะบริษัทที่เราอยากได้ก็ได้
  2. เรตติ้ง ถ้าได้บริษัทที่เรตติ้งดีแค่ไหนก็เลือกเลย
  3. ควรจะเลือกบริษัทที่มี บริการ shutter bus ด้วยเพราะสถานที่รับรถของอังกฤษต้องออกไปยังที่ตั้งของบริษัทซึ่งส่วนใหญ่อยู่นอกสนามบิน ไม่ได้มาจอดส่งรถกันหน้าสนามบินเหมือนเมืองไทย
  4. นโยบายเรื่องน้ำมัน ปกติจะมี 2 แบบ คือ Full to Full ก็คล้ายๆบ้านเราคือรับเต็มถัง คืนเต็มถัง กับแบบที่ 2 คือรับเต็มถัง ตอนคืนจ่ายส่วนต่างน้ำมันที่หายไป อันนี้ก็แล้วแต่ครับ บางคนบอกมาจ่ายเงินคืนทีหลังก็สะดวกเพราะไม่ต้องแวะไปเติมน้ำมันหรือหาปั้มน้ำมันก่อน แต่ไม่รู้สิ ของผมชอบและชินกับ Full to full มากกว่า
  5. Option อื่นๆ ซึ่งผมขอแนะนำให้เลือก Air Condition (ถ้าไปหน้าร้อนต้องมี มีเหอะ เชื่อผมเถอะนะ รับรองไม่ผิดหวัง 555) / เกียร์ออโต้ ( แต่ใครขับ Manual คล่องก็เลือกManual ก็ได้ ไม่ว่ากัน) / น้ำมันดีเซล (อาจจะไม่ได้ เพราะมีน้อย แต่ถ้าได้ถือว่าโชคดีเหมือนถูกหวยเพราะจะประหยัดไปเยอะมากกกกกกกก อย่างของผมที่จริงได้รถเบนซิน แต่ได้อัพเกรดมาใช้รถดีเซล ขอบอกว่าประหยัดสุดๆ)
  6. จำนวนที่นั่ง  ไปกี่คนมี่กี่ที่นั่งก็เลือกเลยครับ แต่ถ้าเราเลือกสเปครถจากข้างบนมาแล้ว ตรงนี้ก็จะระบุมาตามที่เราเลือก

5

จะสังเกตว่าทุกครั้งที่เราติ๊กเลือกสเปคต่างๆของรถ จำนวนรถที่ขึ้นมาให้เราเลือกจะลดลงไปเรื่อยๆ อย่างตัวอย่างที่ผมทำให้ดูก็จะเหลือแค่ทางเลือกเดียว ถ้า OK กับทางเลือกนี้ก็กดจองไปเลยคับ

6

หน้าที่ขึ้นมาใหม่จะเป็นสรุปรายละเอียดของรถต่างๆที่เราเลือก

7

มีหน้าเกี่ยวกับการรับรถ และคืนรถ ตรงนี้ขอแนะนำว่าให้อ่านดีๆ ให้ถี่ถ้วนว่าต้องรับรถตรงไหน ยังไง รับได้กี่โมงถึงกี่โมง ตรงนี้สำคัญมากนะครับ

7.1

Part ต่อมาจะเป็นเรื่องของ Optionเสริมต่างๆให้เรากดเลือก Extra เลยครับ

8

ก็จะมีข้อมูลเพิ่มตามขึ้นมาว่ามี option เสริมอะไรให้บ้าง ตรงนี้ก็เลือกตามที่เราต้องการเลยครับ สังเกตว่าถ้าเอาเม้าส์ไปหยุดตรงจำนวนจะมีราคาขึ้นมาให้เราเห็นด้วย

สำหรับ Option เสริมที่ผมอยากแนะนำก็คงจะเป็นคนขับ เพื่อไม่ให้หน้าที่นี้ไปโลหดที่ใครคนใดคนหนึ่ง รวมทั้ง GPS ซึ่งสำคัญมากๆตามที่เกริ่นไปแล้ว ส่วนใครมีลูก เด็กเล็กๆ Car seat ก็จำเป็นต้องมีครับ

9

Part ต่อมาเป็นเรื่องของประกัน คือไม่แนะนำอะไรมากนอกจากอยากบอกถ้าไม่อยากเสี่ยง เลือก Full Protection ไปเถอะครับ ( ถ้าไปเลือกเพิ่มตอนรับรถ เท่าที่ได้ยินมาจะแพงกว่าเพราะฉะนั้นเลือกไปเลยตั้งแต่ขั้นตอนนี้ดีกว่า)

10

เลือก GO TO BOOK คับจากนั้นก็จะมีหน้ายืนยันรายละเอียดของรถอีกครั้ง

11

มีส่วนที่ให้เรากรอกข้อมูลต่างๆของเรา ผมแนะนำว่าให้กรอกข้อมูลของคนขับหลักครับ จะสะดวกที่สุด

12

แล้วก็ให้เรากรอกรายละเอียดเรื่องจ่ายเงิน แล้วก็ยืนยันไปที่สุดก็ถือว่าการจองรถเสร็จสมบูรณ์ครับ

14

หลังจากเราจองรถเสร็จแล้วจะมีEmail แจ้งรายละเอียดและกฎต่างๆมาให้เรื่อยๆ ผมแนะนำว่าอย่ามองข้าม ขอให้อ่านรายละเอียดกฎ กติกาและรายละเอียดต่างๆอย่างละเอียด เพื่อประโยชน์ของเราเองครับ อันนี้สำคัญเลย

การรับรถ

เมื่อไปถึงสนามบิน Heathrow การรับรถจะต้องไปยังบริเวณด้านนอกสนามบินซึ่งจะมีบริษัทให้เช่ารถเปิดให้บริการมากมายซึ่งแต่ละบริษัทจะมีรถรับส่งจากสนามบินไปยังจัดรับรถด้านนอก

สำหรับวิธีการไปขึ้นรถ Shuttle Bus ของแต่ละบริษัทจะมีแจ้งในเมลที่ส่งมาให้ข้อมูลในการรับรถ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะขึ้นจุดเดียวกัน หรือใกล้ๆกันเพราะเป็น zone ที่กันไว้ให้รถเช่าโดยเฉพาะ

ถ้าบินด้วยการบินไทยก็จะมาลงที่ Terminal 2 ซึ่ง Euro Car ที่ผมจองนั้นมีจุดรับรถอยู่หน้า Terminal นี้

( ถ้าลง  Terminal อื่นก็ต้องลองเช็คข้อมูลดูนะครับเพราะจุดขึ้นรถอาจจะต่างกัน)

หลังจากออกมายังโถงด้านนอกของสนามบิน Heathrow Terminal 2 แล้วให้เดินไปตามทางออก แล้วเดินไปตามป้ายที่จะเขียนว่า BUS / Train

1

เดินตามทางมาเรื่อยๆ จะเจอลิฟท์เพื่อจะลงไปชั้นล่าง

2

พอลงมาด้านล่างจะเจอช่องสำหรับจอดรถบัสตามหมายเลขมากมาย ให้เดินไปช่องที่ 7

3

บริเวณนี้จะเป็นแหล่งรวมของรถShuttle Bus ของบริษัทรถเช่า เพราะระหว่างที่รอรถของ EURO CAR ก็เห็นรถของทั้ง AVIS / Budget / Heartz มารับคนบริเวณนี้ ใครเช่ารถบริษัทไหนก็ต้องขึ้นรถของบริษัทนั้นนะคับ เพราะจุดรับรถของแต่ละบริษัทแม้จะอยู่ใกล้ๆกันแต่ก็ไม่ได้ใกล้ขนาดจะสะดวกในการเดินถึงกันได้

4

รถ shuttle Bus ของ Eoro Car

5

รถจะแวะจอดอีก2-3 จุด ไม่ต้องลงนะคับ เราลงจุดสุดท้ายเลย สังเกตุง่ายมากว่าจะเป็นลานกว้างขวางมีรถจอดจำนวนมาก และก่อนทางเข้าก็จะมีชื่อบริษัทรับรถใหญ่ๆให้เห็นเลย  รถจะมาหน้าจอดหน้าตึกสำนักงานเลย

6

เมื่อมาถึงให้เข้าไปอาคารแล้วกดบัตรคิว รอเรียก

7

8

เมื่อถึงคิวก็เข้าไปยื่นเอกสารต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. ใบจองรถ
  2. Passport
  3. ใบขับขี่ไทย
  4. ใบขับขี่สากล
  5. บัตรเครดิตของคนขับ (เวลาจองอย่าลืมจองในชื่อคนขับนะ)

ถ้ามีคนขับมากกว่า1 คน ต้องยื่น Passport ใบขับขี่ ทั้งไทยและสากลของอีกคนด้วย

ในขั้นตอนนี้อาจจะมีการเสนอขายประกัน หรือ option เสริมอื่นๆ อันนี้ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคนนะคับ แต่ในกรณีของผมเนื่องจากค่อนข้างกังวัลเรื่องประกันมาก จึงสอบถาม จนท ว่าประกันที่ซื้อมาครอบคลุมสูงสุดหรือยัง ซึ่งพบว่ายังไม่ครอบคลุมสูงสุด น่าจะประมาณประกันชั้น 3 บ้านเรา ผมจึงขอเอง (ไม่ต้องเสนอขาย555) ขอซื้อประกันเพิ่ม ขอแบบครอบคลุมทุกอย่าง

หลังจากที่ซื้อประกันเพิ่มเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็เดินไปเดินมาหลายรอบ แล้วก็มาบอกเราว่ารถรุ่นที่เราจองไว้หมด จะเปลี่ยนรุ่นให้

ตอนนั้นความคิดแว่บแรกที่ขึ้นมาเลยคือ…เอาแล้วไง….เล่นตูจนได้

เพราะจากที่หาข้อมูลมา ผมจะเห็นคนบ่นกันเยอะเหมือนกันว่าเช่ารถในยุโรปมักจะไม่ได้รถตามที่แจ้ง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชีย มักจะได้รถที่ลดเกรดลงจากตอนจอง

แต่โชคดีที่กลุ่มของผมกลับตรงกันข้าม เพราะทาง Euro Car อัพเกรดรถเราให้ดีขึ้น โดยบอกว่าเพราะเราซื้อประกันเพิ่ม 555จากที่ตอนจอง เราจะได้รถ Mercides Benz E class Estate แต่เรากลับได้รถ Volvo V90 มาแทนซึ่งเหลือคันสุดท้ายพอดี

 

9
Volvo V90 คันนี้ดีงามมากๆ

ถามว่ามันดีกว่ายังไง หลักๆเลยคือ รถใหญ่ขึ้น ห้องผู้โดยสารกว้างขึ้น ห้องเก็บของท้ายรถใหญ่ขึ้น (มาก) ที่สำคัญใช้น้ำมัน Deisel ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

10
จุกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 3 ใบสบาย

แล้วต้องขอบอกเลยว่า…รถรุ่นนี้ขับดีมากๆ การเร่งเครื่อง การเบรก ดีมาก แล้วก็ประหยัดน้ำมันจริงๆ

มันดีจนกระทั่งน้องที่สลับกันขับว่ากลับมาเมืองไทยจะไปซื้อมาขับ แต่หลังจากเช็คราคาแล้วก็พบว่าราคาในเมืองไทยคือ 4 ล้านกว่าบาท ความฝันก็เลยพังทลายลงทันที เช่าเขาขับน่ะดีแล้ว 555

intro6
พอลองขับแล้วจากได้เป็นเจ้าของจริงๆ

หลังจากจัดการเรื่องเอกสารเรียบร้อยแล้ว จนท ก็จะนำรถมาให้

ตรงนี้อย่าลืมให้ จนท สอนการใช้รถให้ก่อนนะคับ โดยเฉพาะปุ่มหลักๆ เพราะเราไม่เคยขับมาก่อน อาจจะเผลอไปกดปุ่มอะไรที่งงๆเข้า เช่น กรณีของผม อยู่ดีๆที่ปัดน้ำฝนกระจกหลังมันดันทำงานขึ้นมา ใช้เวลานานอยู่เหมือนกันกว่าจะหาวิธีปิดได้ 555

นอกจากนั้นให้เก็บใบนำรถออกไว้ด้วยเพราะต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรงป้อมยามก่อนนำรถออกไปคับ

ปล ในกรณีที่ไม่ได้ซื้อประกันแบบครอบคลุมความเสียหายทุกกรณี ตอนรับรถให้เช็คสภาพรถให้ดีๆนะคับ เพราะตอนคืนรถอาจจะมีปัญหาได้ เพราะผมเคยโดนมาแล้วในเมืองไทย จากการไม่ซื้อประกันครอบคลุมตอนรับรถไม่เช็คให้ดี แต่ตอนคืนรถดันมีรอยมารอยนึงซึ่งใบรับรถระบุว่าไม่มีรอยนี้ แต่ผมก็มั่นใจว่าไม่ได้เอารถไปเฉี่ยวชนที่ไหน แต่ตรงนั้นก็ต้องยอมรับสภาพเพราะเซ็นรับรถมาแล้วตั้งแต่แรก

หลักการแบบนี้ก็ใช้เหมือนกันทั่วโลกคับ

 

การคืนรถ

กรณีของผมเราขับรถขึ้นไปถึงIsle of Skye แล้วขับรถกลับมาคืนที่เมือง Inverness เพื่อนั่งเครื่องบินกลับมาลอนดอน

กรณีแบบนี้ผมจะถูกชาร์ตเพิ่ม เป็นค่าที่บริษัทต้องนำรถกลับไปลอนดอน แต่ที่เราเลือกวิธีนี้ ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำมาอีกทีก็เพราะการขับรถทางไกลจะทำให้เราล้า ยิ่งถ้าต้องขับไปกลับก็ยิ่งใช้ทั้งเวลา และพลังกาย ด้วยเวลาที่จำกัดเราจึงตัดสินใจคืนรถที่ Inverness แล้วบินลงมา London คับ

12

ตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่เช่ารถขับในลอนดอนตั้งแต่แรก ผมมีเหตุผล 2 ข้อคับ

  1. เราตั้งใจที่จะไม่ขับในรถลอนดอนเพราะจากที่หาข้อมูลมาคือกฎระเบียบยุบยับมาก ยากแก่การทำความเข้าใจ โอกาสที่จะผิดกฎจราจรในลอนดอนมีสูงมาก 555
  2. ที่ต้องเก็บลอนดอนไว้สุดท้ายเผื่อกรณีฉุกเฉินในวันที่ต้องเดินทางกลับ. เกิดไปไกลๆ แล้วมีอะไรขึ้นมาเช่น Flifght ดีเลย์ จะมีปัญหาได้
  3. จากเก็บลอนดอนไว้สุดท้ายด้วยคับ

การคืนรถไม่มี Processอะไรยุ่งยากคับ แค่ขับรถไปยังจุดที่คืนรถ นำเอกสารไปให้เจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะมาเช็คสภาพรถซึ่งในกรณีของผมที่ซื้อประกันครอบคลุมหมดแล้ว จนท ก็ไม่ได้ดูอะไรมากคับเพราะหากมีรอยหรืออะไรขึ้นมา ยังไงบริษัทก็รับผิดชอบให้อยู่แล้ว ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็คืนรถคืนกุญแจให้ จนท เรียบร้อย

13

ตอนเดินออกมานี่แอบใจหายเหมือนกัน เพราะเราอยู่ด้วยกันมาหลายวัน ไม่มีเกเรเลย แม้กระทั่งตอนที่เขียนเรื่องเล่านี้ก็ยังคิดถึงรถคันนี้อยู่ มันรู้สึกผูกพันน่ะ บอกไม่ถูก

14

หวังผู้อ่านคงได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการจองรถ รับรถ และคืนรถในประเทศอังกฤษนะครับ

ฝากติดตาม หรือแชร์ข้อมูลเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

MGASTRONOME

ฝากติดตาม IG : mgastronome_travel

Mgastronome_eat

One Comment Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s