ขับรถเที่ยวอังกฤษ สก็อตแลนด์ Part 11 : Day 5 Luss Village – Glencoe – Glenfinnan Viaduct – Fort Williams

cover

ถึง….เธอ

มาถึงจดหมายฉบับนี้เราก็เดินทางมาถึงจดหมายฉบับที่ 11 แล้วที่เป็น Series เกี่ยวกับการขับรถเที่ยวในประเทศอังกฤษซึ่งเรื่องราวการเดินทางที่ผมจะเขียนเล่าให้คุณอ่านในจดหมายฉบับนี้เป็นการเริ่มต้น Highlight ของการขับรถเที่ยวอังกฤษเนื่องจากวันนี้จะเป็นวันเริ่มต้นในการเดินทางสู่ Highlands หรือ Isle of Skye ซึ่งการขับรถบนเส้นทางนี้บางคนถึงกับเคยกล่าวไว้ว่าจะมีวิว 2 ข้างทางที่สวยราวกับกำลังขับรถขึ้นสวรรค์กันเลยทีเดียว

45
วิวข้างทางของการขับช่วงขึ้นสู่ Highlands

ในเช้าวันเดินทาง ผมตื่นมาด้วยอากาศที่กำลังเย็นสบายแค่ประมาณ 15 องศา แม้จะอยู่ในหน้าร้อนก็ตาม โดยโรงแรม Merchant City Inn Hotel, Glasgow , Scotland ที่ผมเคยเขียนมาเล่าให้คุณอ่านมีอาหารเช้าแบบบุฟเฟย์ให้โดยอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงแรมซึ่งก็มีอาการให้เลือกหลากหลายพอประมาณ สำหรับรสชาตินั้นสำหรับผมก็คิดว่าพอทานไว้เติมพลังกันหิวได้

IMG_3997

101

หลังจาก check out แล้ว ผมแนะนำว่าถ้าคุณมาพักโรงแรมแห่งนี้อย่าลืมซื้อคูปองส่วนลดค่าจอดรถจากพนักงานนะครับเพราะคูปองส่วนลดสำหรับที่จอดรถนี้คุ้มมากๆ ดีกว่าเราไปจ่ายราคาเต็ม

102

จากโรงแรมไปที่จอดรถเราเดินไปไม่ไกลแค่ 5 นาทีเท่านั้นก็ได้เวลาไปตะลุย Highlands กันโดยจุดหมายของเราวันนี้มีหลายจุดได้แก่  Luss Village – Glencoe – Glenfinnan Viaduct – Fort Williams ก่อนที่จะไปพักค้างคืนกันที่ Skye walker hostel ซึ่งถือเป็นที่พักที่ผมประทับใจมากที่สุดในทริปนี้เลย

103

จากเมืองกลาสโกว์ผมขับไปตามถนน A82 ประมาณ 27.5 ไมล์หรือประมาณ 45 นาทีผมก็ไปถึงจุดหมายแรกคือ Luss Village  จริงๆแล้วก่อนจะถึง Luss Village จะมีอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปนั่นคือทะเลสาบ Loch Lomond ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีความสวยงาม เงียบสงบเหมาะกับคนที่ต้องการไปใช้ชีวิตแบบ slow life นั่งเงียบๆหรือเดินป่าเพื่อชื่นชมธรรมชาติ แต่สำหรับกลุ่มของผมหลังจากอ่านรีวิวจากหลายๆแหล่งแล้ว บวกกับเวลาที่มีจำกัดและจุดหมายที่มีหลายสถานที่ในวันนี้ทำให้เราตัดสินใจข้ามสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้และเดินทางตรงมายัง Luss Village ที่อยู่ใกล้ๆกันและก็ตั้งอยู่ติดทะเลสาบ Loch Lomond เช่นกันแทน

ผมขับตาม GPS มาเรื่อยๆ จนมาถึงปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งที่มีรถจอดค่อนข้างเยอะ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าใช่ Luss Village หรือไม่ เลยขับเลยไป จนกระทั่งเลยจุดที่ GPS ระบุไว้ แสดงว่าตรงปั้มน้ำมันนั้นแหละคือจุดจอดรถเพื่อไปชม Luss Village ผมก็เลยตัดสินใจเลี้ยวรถกลับ แต่บังเอิญผมผ่านไปเจอบ้านน่ารักๆที่แต่งเต็มด้วยดอกไม้สีสันสดใสอยู่ริมทะเลสาป พวกเราเลยตัดสินใจจอดรถแล้วลงไปถ่ายรูปบ้านหลังนี้กันก่อน

1
บ้านน่ารักๆ ขับเลย Luss Village มานิดหน่อย

4

2
ทะเลสาปฝั่งตรงกันข้าม

3

หลังจากเก็บภาพกันเรียบร้อย เราก็กลับไปยังปั้มน้ำมันจุดเดิมเพื่อจอดรถที่นั่น ตอนนั้นจะมีทั้งรถส่วนบุคคลและรสบัสท่องเที่ยวมาจอดกันเต็มบริเวณ โดยด้านซ้ายมือจะมีจุดบริการนักท่องเที่ยวของ Luss Village อยู่ด้วยแต่เนื่องจากเรามาถึงค่อนช้างเช้า ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแห่งนี้เลยยังปิดอยู่

5

6
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของ Luss Village

7

จากจุดจอดรถ ผมสังเกตเห็นผู้คนต่างเดินไปทางเดียวกันคือเดินไปทางด้านหลังปั้มน้ำมัน พวกผมจึงเดินตามไปด้วยแล้วก็ค้นพบว่า Luss Village อยู่ด้านหลังปั้มน้ำมันนั่นเองซึ่งระหว่างทางที่เป็นถนนก็มีรถมาจอดกันเต็มไปหมด แสดงว่าเอารถไปจอดริมถนนข้างในได้

9

Luss Village

เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของทะเลสาป Loch Lomond โดยประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านแห่งนี้สามารถย้อนกลับไปได้ถึงยุคกลางซึ่งแต่เดิมหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกเรียกว่า Chachan Dhu หรือหมู่บ้านแห่งความมืดเนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูง แต่สิ่งก่อสร้างที่เราเห็นกันตอนนี้เริ่มสร้างมาราวๆศตวรรษที่ 18-19 โดยจุดเด่นของหมู่บ้านแห่งนี้คือสีสันของดอกไม้ต่างๆที่เจ้าของบ้านประดับประดาไว้หน้าบ้านตลอดทางเดินไปยังท่าเรือของหมู่บ้านนี้

เพราะฉะนั้นจุดที่น่าสนใจของหมู่บ้านแห่งนี้ก็คือ….

การเดินชมไปรอบๆหมู่บ้าน 

10

หมู่บ้านแห่งนี้มีพื้นที่ไม่กว้างขวางนัก แต่มีจุดสวยๆให้ถ่ายรูปเยอะมาก โดยเฉพาะบ้านเรือนผู้คนที่ตกแต่งดอกไม้หลากสีไว้หน้าบ้านเกือบทุกหลังให้บรรยากาศน่ารื่นรมย์มาก

11

12

24

19

ท่าเรือริมทะเลสาบ

ท่าเรือแห่งนี้ทำให้เราเห็นทะเลสาบ Loch Romond  โดยท่าเรือนี้จะมีสะพานที่ทอดยาวไปกลางทะเลสาบ ที่สำคัญท่าเรือแห่งนี้มีเหล่าเป็ดน้ำน่ารักๆ ที่ว่ายอยู่แถวๆชายหาด ที่ถ้าคุณมาเห็นคงอดตกหลุมรักไม่ได้

 

 

16

17

15

18

23

22

โบสถ์และสุสาน Luss Parish Church

เป็นโบสถ์ที่สร้างอุทิศให้ Saint Kessog  ตัวโบสถ์นั้นถูกสร้างในปี 1875 แต่เชื่อว่าสถานที่แห่งนี้ได้รับใช้คริสตจักรมากว่า 1500 ปีโดยมีการค้นพบปฏิมากรรมโบราณหลานชิ้นในสุสานของโบสถ์แห่งนี้ ทำให้สุสานของโบสถ์เป็นสุสานที่มีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่ง

20

21

Coach House Coffee Shop

สำหรับคนรักกาแฟอย่างคุณ ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีร้านอาหารและร้านกาแฟน่ารักๆ ที่เคยได้รับรางวัล Scottish Café Award 2018 มาแล้วนั้นคือร้าน Coach House Coffee Shop  ให้คุณลองชิมรสชาติด้วย

25

32

ร้านนี้โดยชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสไตล์การสร้างและตกแต่งแบบ Coach House หรือก็คือบ้านหลังเล็กที่ปกติจะสร้างแยกออกมาจากบ้านหลังใหญ่โดยมี Facility ต่างๆครบถ้วนเพียงแต่มีโครงสร้างและรายละเอียดในการก่อสร้างไม่ยุ่งยากแต่ก็มีความแรงทนทาน

26

สำหรับการตกแต่งที่ร้านนี้มีความน่ารักให้ความอบอุ่น ความรู้สึกเหมือนกับเป็นบ้านจริงๆ โดยใช้พื้นที่ของทุกห้องที่อยู่ในบ้านมาทำร้านอาหาร รวมทั้งมีส่วนของพื้นที่ Outdoorให้ด้วย

28

29

30

31

33

เนื่องจากพวกผมมาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้า เราเคยแค่ซื้อกาแฟและโกโก้เย็นสำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟอย่างผม ซึ่งสำหรับประเทศทางแถบยุโรป อเมริกา อะไรก็ตามที่เป็นเครื่องดื่มเย็นก็จะใส่น้ำแข็งมาพอเป็นพิธีแค่ 3-4 ก้อนเท่านั้น สำหรับคนคุ้นชินเครื่องดื่มเย็นจัดแบบบ้านเราต้องบอกว่าดื่มแล้วไม่ฟินเลย 555

และผมต้องขอแจ้งไว้ก่อนว่าเท่าที่ฟัง Feedback จากเพื่อนๆต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากาแฟที่นี่..ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ มิน่ารางวัลที่ได้จึงมาทางแนวบรรยากาศมากกว่ารสชาติของกาแฟ 555

34

35

36

นอกจากกาแฟ และอาหารแล้ว ที่ร้านนี้ของมีโซนขายของที่ระลึกด้วยซึ่งอยู่ทางเข้าร้านเลย ถ้าคุณสนใจก็อาจจะแวะชมก่อนได้

27

เมื่อทั้งเที่ยวทั้งหาอะไรดื่มกันแล้วก็ได้เวลาที่พวกผมต้องไปจุดหมายต่อไป แต่ขณะที่เดินมาถึงลานจอดรถนั้นเอง สายตาของเพื่อนผมคนหนึ่งก็เหลือบไปเห็นตู้กดบัตรจอดรถ อ้าวววว งานเข้าสิทีนี้

คือตอนที่พวกผมมาจอดรถก็ลืมไปเสียสนิทเรื่องการกดบัตรจอดรถและต้องเอามาวางไว้หน้ารถให้เห็นเด่นชัด ตามที่ผมเคยเขียนมาเล่าให้คุณอ่านตอน ขับรถเที่ยวอังกฤษ สก็อตแลนด์ Part 3 : การขับรถในอังกฤษ , Driving in the UK  มาถึงตอนนี้ก็เลยต้องยอมรับชะตากรรมเพราะจะมากดอะไรตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว ก็ได้แต่จำยอมรับสภาพถ้าหากจะมีบิลค่าปรับส่งตามหลังมา

ดังนั้นจึงต้องเตือนคุณไว้อีกครั้งนะครับ ให้นึกไว้เสมอว่าที่จอดรถในอังกฤษไม่มีที่ไหนฟรี ผมว่าให้คิดไว้แบบนี้ก่อน พอหาที่จอดรถได้ปุ๊บก็ให้มองหาป้ายบอกกฎการจดรถ (เพราะบางที่อาจจะฟรีแต่จะระบุเวลาไว้เช่น 1 ชั่วโมงหรือ 30 นาทีเท่านั้น) หรือให้มองหาตู้กดบัตรจอดรถก่อนเลยครับ ไม่งั้นอาจจะต้องมาเจอสภาวะจิตตกแบบพวกผม

ปล ผมอยากจะบอกคุณว่าจนถึงขณะนี้ผ่านไปเกือบ 6 เดือนแล้วยังไม่มีค่าปรับมานะครับ แต่ก็ไม่แน่ บางคนเคยบอกว่าบางทีก็ใช้เวลาเป็นปีเหมือนกันกว่าค่าปรับจะส่งมา ก็ลุ้นกันต่อไปครับ

หลังจากมีเรื่องให้ตื่นเต้นกันเล็กน้อย พวกผมก็ขับรถไปจุดหมายต่อไปที่ Glencoe ที่ห่างไปประมาณ 60 ไมล์ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งซึ่งการขับรถในช่วงนี้ คุณจะได้เห็นความสวยงามของภูมิประเทศแบบ Highlands ได้อย่างเต็มตา รวมทั้งสภาพอากาศก็จะเริ่มเย็นลงไปอีก เรียกว่าถ้าไม่ติดเรื่องลมแล้วล่ะก็สามารถขับรถแบบเปิดกระจกได้เลยเพราะอากาศเย็นสบายมากจริงๆ

37

Highlands เป็นส่วนหนึ่งของ Scotland พื้นที่ส่วนนี้จะอยู่เหนือสุดของเกาะอังกฤษ ด้วยภูมิประเทศส่วนใหญ่ของพื้นที่แถบนี้ที่มีความหลากหลายทั้งภูเขา ทะเลสาบ ที่ราบสูง หุบเขา ป่าสน และพื้นหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา (แล้วแต่ฤดู) ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวที่สะดวกที่สุดในพื้นที่แถบนี้คือการการขับรถเที่ยวเอง

38

การขับรถเที่ยวในแถบ Highlands คุณจะได้ชมวิวแบบเว่อวังอลังการของธรรมชาติที่แทบจะไม่ซ้ำกันเลย และถ้าคุณมาในหน้าร้อนหรือฤดูใบไม้ผลิก็จะมีเหล่าดอกไม้นานาพันธุ์แต่งแต้มสีสันอันตระการตาให้กับวิวของที่นี่ไปอีก จนทำให้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางสายคลาสสิคของนักท่องเที่ยวแนวธรรมชาติซึ่งจุดหนึ่งที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในการหยุดถ่ายรูปคือ Glencoe

39

Glencoe

เป็นช่วงหุบเขาที่เคยเป็นแหล่งกำเนิดของภูเขาไฟในพื้นที่ Highlands ของ Scotland โดยพื้นที่ตรงนี้จะมีทั้งวิวของภูเขาสลับที่ซับซ้อนโอบล้อมทะเลาสาปที่กว้างใหญ่มาก ถ้าคุณมาหยุดยืนดูแล้วจะเข้าใจว่าทำไมจึงมีผู้คนนับล้านๆคนดั้นด้นเดินทางมาที่นี่ตลอดทั้งปี

40

41

42

43

44

45

47
ถนนมีแค่ 2 เลน ทำให้รถค่อนข้างติด แต่เหมาะกับการขับช้าๆชมวิวมากๆ

48

49
รถมาจอดชมวิวเยอะมาก

50

หลังจากขับไป แวะจอดถ่ายรูปไปเป็นระยะๆ ด้วยความเพลิดเพลินตลอดทาง มารู้ตัวอีกทีก็บ่ายแล้ว ประกอบกับน้ำมันใกล้จะหมด พวกผมจึงแวะเติมน้ำมันและทานมื้อเที่ยงกันที่ Glencoe Gatering ซึ่งอยู่บริเวณจุดแวะพักของนักท่องเที่ยว โดยอยู่ตรงข้ามกับ Glencoe Mountain rescue center เนื่องจากบริเวณ Glencoe นี้จะมีภูเขาสูงค่อนข้างเยอะจึงมีนักปีนเขาเดินทางมาที่นี่จำนวนมาก

52

51
ลานจอดรถกว้างมากอยู่ด้านหลัง

53

56

57

ร้าน Glencoe Gathering นี้เป็นร้านหนึ่งที่พวกผมค่อนข้าง surprise เพราะไม่รู้ว่าเป็นเพราะพวกผมหิวมากเกินไปหรือเปล่า แต่พวกผมรู้สึกว่า Fish& chip ที่นี่อร่อยมากๆ

ขนาดหลังจากกลับมาได้สักพักแล้ว มีวันหนึ่งพวกเราได้ลองถามกันเล่นๆว่าคิดถึงอาหารมื้อไหนที่อังกฤษบ้าง คำตอบมีเพียงไม่กี่มื้อซึ่ง Fish & Chip ที่ Glencoe Gatering นี้ก็อยู่ใน List นั้น

ถึงตรงนี้ผมต้องขอเล่าให้คุณอ่านถึงอาหารเมนูนี้กันสักเล็กน้อย

ประเทศอังกฤษเป็นประเทศหนึ่งที่มีความยิ่งใหญ่ มีความล้ำหน้า ทั้งทางด้านเทคโนโลยีและความเจริญ เป็นประเทศที่เคยได้ชื่อว่าพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน แต่เป็นเรื่องแปลกที่ประเทศอังกฤษกลับไม่ค่อยมีชื่อเสียงทางด้านอาหารเหมือนประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เพราะเราไม่ค่อยจะได้ยินหรือเห็นร้านอาหารที่บอกว่าเป็น British Food แต่คุณจะเจอร้านอาหารฝรั่งเศส ร้านอาหารจีน ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารอิตาเลี่ยน ร้าน Junk food แบบอเมริกัน หรือแม้กระทั่งร้านอาหารไทยซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในต่างประเทศ

แต่ถ้าถามว่า…ถ้าพูดถึงอาหารอังกฤษจะนึกถึงเมนูอะไรบ้าง ผมคิดว่าคำตอบมันกลับน้อยมากๆ เท่าที่ผมพอจะนึกออกก็จะมีแค่ English Tea , English Breakfast , สโคน และที่ถูกพูดถึงมากๆว่าถ้าไปอังกฤษแล้วต้องไปลองให้ได้ก็คือ Fish&Chip

และมันก็เป็นเรื่องแปลกมากๆ เช่นกันที่ก่อนเดินทางไปอังกฤษ ผมพยายามไปอ่านรีวิวต่างๆ ผลปรากฏว่าส่วนใหญ่จะ comment ไปในแนวทางเดียวกันว่าเมนู Fish & Chip ค่อนข้างเป็นเมนูที่ธรรมดาและไม่ค่อยอร่อย ฮาาาา  แม้กระทั่งคนที่อาศัยอยู่ในอังกฤษเองมานานก็ยังพูดทำนองนี้

แต่สำหรับผม Fish & Chip ที่ Glencoe Gatering ถือว่าอร่อยครับ ผมขอเอาความเป็นนักชิมที่ชอบตระเวนทานอาหารตามที่ต่างๆเป็นประกัน 555 แต่ผมก็ต้องขอออกตัวไว้ก่อนด้วยถ้าคุณไปลองทานตามคำแนะนำแล้วมันไม่อร่อย ผมก็ต้องขออภัยไว้ก่อนล่วงหน้า เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะวันนั้นพวกผมหิวจัดกันไปเองจริงๆ 555

60
Fish & Chip
58
รีซอตโต้
61
สลัดอะไรสักอย่างรสชาติแปลกดี กับ มันบด
62
มื้อนี้เกือบ 40 ปอนด์

หลังจากเติมน้ำมัน เติมเสบียง ยืดเส้นยืดสายกันเรียบร้อยแล้ว พวกผมก็เดินทางต่อไปยัง Fort William ซึ่งห่างไปอีก 17 ไมล์และใช้เวลาแค่ราวๆ ครึ่งชั่วโมง

เมื่อมาถึงจะมีที่จอดรถอยู่ริมถนนใหญ่เลย ซึ่งคราวนี้พวกผมไม่ลืมที่จะมองหาตู้หยอดเหรียญสำหรับบัตรจอดรถ ในขณะเดียวกันก็มีป้ายบอกรายละเอียดว่าลานจอดรถตรงนี้สามารถจอดได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมถึงเคยเตือนว่าเมื่อจอดรถแล้วสิ่งที่ต้องมองหาคือตู้กดบัตรจอดรถ และป้ายประกาศรายละเอียดต่างๆ

64

65

สำหรับตู้หยอดเหรียญตรงจุดนี้จะต้องกดรหัสพื้นที่ด้วย ตอนแรกก็งงๆคับว่าจะรู้ได้ไงแต่พอหาไปหามาสักพัก รหัสพื้นที่ก็เขียนไว้อยู่ด้านบนตู้นั่นเอง ลองมองหาดูนะคับ

75

Fort William

เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอับดับ 2 ของพื้นที่ Highlandsของ Scotland รองจากเมือง Inverness ( เมืองสุดท้ายที่ผมจะขับรถเที่ยวในอังกฤษ) โดยได้ชื่อนี้มาจาก William of Orange ที่ได้สร้างเมืองนี้ขึ้นบนพื้นที่ค่ายทหารเดิมสำหรับใช้ดูแลผู้คนในแถบ Highlands

73

66

67

Fort William เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาใหญ่ มีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ติดกับหมู่บ้าน และมีความเจริญค่อนข้างมาก เรียกว่ามีร้านรวงและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่เมืองนี้จึงมักถูกใช้เป็นจุดพักของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังเมืองต่างๆของ Highlands รวมทั้งนักปีนเขาทั้งหลายด้วยเนื่องจากเมืองนี้อยู่ใกล้กับภูเขา Ben Nevis ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในอังกฤษจึงมีนักปีนเขาเดินทางมาที่นี่จำนวนมาก

68

69

70

71

72

เราใช้เวลาที่นี่กันไม่นานนักครับ โดยหลักๆนอกจากเดินชมเมืองและทะเลสาปแล้ว เราก็แวะไป Supermarket เพื่อซื้อเสบียงสำหรับไปทำอาหารไปทานกันอีกครั้งที่ Skye Walker Hostel เนื่องจากตัวโฮสเทลค่อนข้างขึ้นไปบนเขาสูงเลยคิดว่าน่าจะหาร้านอาหารทานกันยากเลยเตรียมวัตถุดิบไปทำกันเองก่อน

74

จาก Fort William  ผมขับไปโดยใช้ถนน A830 ประมาณ 17 ไมล์หรือแค่ครึ่งชั่วโมง พวกผมก็ไปถึง Glenfinnan ซึ่งที่นี่นอกจากจะมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้วยังมีสะพาน Glenfinnan Viaduct ที่เป็นสะพานทางรถไฟ ที่ใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter ตอน The chamber of secret ซึ่งจริงๆแล้วถ้าอยากได้อารมณ์แบบในภาพยนตร์ หลายคนก็จะเลือกวิธีนั่งรถไฟหัวจักรไอน้ำระหว่างเมือง Fort William กับ Mallaig แทน

เมื่อขับรถไปถึงจะมีลานจอดรถอยู่ริมถนนใหญ่เลยครับ โดยตรงลานจอดรถจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลด้วยซึ่งบัตรจอดรถจะมีให้กดอยู่ด้านหน้า รวมทั้งมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่มีทั้งร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก

76
ลานจอดรถ

78

Glenfinnan Viaduct

เป็นเส้นทางรถไฟที่สร้างในรูปแบบฐานวงโค้ง ก่อสร้างในปี คศ 1897 โดยเป็นสะพานรถไฟที่ใช้คอนกรีตในการก่อสร้างเป็นครั้งแรกของโลก มีความสูง 100 ฟุต ความยาว 1,200 ฟุต โดยมีจุดเด่นที่ฐานโค้งรูปเกือบม้าจำนวน 21 วง และสะพานแห่งนี้ได้มีชื่อเสียงอย่างมากเมื่อถูกนำมาใช้เป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter ที่โด่งดัง

107
ฉากใน Harry Potter
108
ฉากใน Harry Potter

จากลานจอดรถให้คุณเดินขึ้นไปบนเขาครับโดยทางขึ้นจะอยู่ใกล้กับอาคารบริการนักท่องเที่ยวซึ่งเมื่อขึ้นไปบนเขาแล้วเราก็จะเห็นตัวสะพานชัดเจน แต่หากใครอยากจะได้ภาพที่ชัดและใกล้กว่านั้นก็ไม่ต้องขึ้นเขาตรงนี้นะครับ ต้องเดินเท้าไปทางด้านข้างซึ่งใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อไปยังจุดที่จะถ่ายรูปสะพานได้สวย และถ้าคุณต้องการจะได้ภาพรถไฟวิ่งผ่านสะพานนี้ด้วย ก็ต้องกะเวลาให้มาถึงตรงกับช่วงที่รถไฟจะผ่านครับ

77

82

83

85

86

นอกจากสะพาน Glenfinnan Viaduct แล้วเมื่อกลับลงมาด้านล่าง ฝั่งตรงข้ามยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือ Glenfinnan Monument

84

Glenfinnan Monument

เป็นอนุสาวรีย์ในรูปแบบเสาร์สูงเพื่อเป็นการระลึกถึงเหล่าทหารกล้าของสก็อตแลนด์ในการสู้รบเพื่อปลดแอก Jacobite (ในอดีตพื้นที่แถบนี้เรียกว่า Jacobite) จากอังกฤษโดยในการรบครั้งนั้นชาวสก็อตแลนด์ที่เข้าร่วมสงครามได้เสียชีวิตไปถึงเกือบ 2000 คน

87

88

89

และบริเวณอนุสาวรีย์แห่งนี้ยังอยู่ติดกับทะเลสาบให้คุณลองไปชมความงามของวิวทิวทัศน์ได้อีกด้วยครับ

90

หลังจากเที่ยวบริเวณนี้กันจนทั่วแล้ว พวกผมก็จะเดินไปยังที่พักของเราคืนนี้ซึ่งต้องข้ามไปเกาะ Isle of Skye โดยมีวิธีการเดินทางได้ 2 วิธีคือ

  1. ขับไปแล้วไปต่อเรือข้ามฟากไปยังเกาะ
  2. ขับไปข้ามสะพาน Skye Bridge จากแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะ

แต่ปัญหาคือทั้ง 2 วิธีนั้นต้องไปคนละทางกัน พวกผมจึงต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเดินแบบไหนดี

หลังจากปรึกษากันแล้วพวกเราเลือกไปข้ามสะพานไปยังเกาะครับเพราะตอนนั้นก็ 5 โมงเย็นแล้ว เราเป็นห่วงกันว่าถ้าไปข้ามเรือ หากไปไม่ได้จังหวะเวลาก็ต้องรอเวลาที่เรือข้ามฟากจะออก หรือหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็จะยิ่งมีปัญหา เดี๋ยวจะไปเช็คอินไม่ทัน เพราะจากที่โทรไปสอบถามทางโฮสเทล ทางเจ้าหน้าที่จะรอถึง 3 ทุ่มเท่านั้น

จาก Glenfinnan แห่งนี้จะอยู่ห่างกับโฮสเทลที่เราจะไปพัก 75 ไมล์หรือต้องใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาทีเลยทีเดียว พวกผมเลยไม่อยากเสี่ยง

โชคดีนะครับที่ดังที่ผมได้เคยเขียนมาเล่าไว้ในจดหมายฉบับเรื่อง ขับรถเที่ยวอังกฤษ สก็อตแลนด์ Part 2 : ข้อควรรู้ก่อนขับรถเที่ยวอังกฤษ ข้อดีของการมาเที่ยวอังกฤษในหน้าร้อนคือพระอาทิตย์จะตกดิน หรือค่ำมืดช้ามาก จากประสบการณ์ช่วงที่ผมเดินทางนั้น พระอาทิตย์จะตกดินๆ ราว ๆ 3 ทุ่ม บางวันก็เกือบ4 ทุ่ม ดังนั้นเราจึงเที่ยวได้ค่อนข้างเยอะ และมีความสะดวกในการขับรถมากกว่า

ระหว่างที่ผมขับรถไป พวกผมก็ดันเจอเหตุการณืไม่คาดฝันนั่นคือมีการปิดถนนทำให้รถทุกคนที่ผ่านมาบริเวณนั้นต้องหยุดรถและหลบขึ้นไปข้างทาง (อะไรมันจะซวยปานนี้ ) ตอนนั้นก็เริ่มใจไม่ดีแล้วครับเพราะไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าถนนจะมาเปิดให้ใช้ตามปกติ

พวกผมรอไปสักพักก็มีรถตำรวจนำขบวนมา พวกผมก็นึกว่าเป็นขบวนของบุคคลสำคัญแต่สุดท้ายแล้วกลับไม่ใช่ รถที่ตำรวจนำขบวนมาเป็นรถขนส่งปีก 1 ชิ้นของกังหันสำหรับผลิตพลังงานลมที่ผมเคยเห็นไกลๆ ตอนขับรถในอังกฤษ แต่พอของจริงผ่านไปต้องบอกเลยว่ามันใหญ่และยาวกว่าที่คิดไว้มากมากๆ เห็นแล้วรู้สึกทึ่งมากๆ ก็เลยลืมเรื่องการปิดถนนไปเลย โชคดีที่การปิดถนนตรงนี้ใช้เวลาไม่นานมาก พวกผมเลยเดินทางกันต่อ

91

93

105
กังหันลมเห็นไกลๆ

เราขับไปเรื่อยๆโดยระหว่างทางก็ชมความงามของวิวทิวทัศน์ไปด้วยจนถึงจุดข้ามสะพาน Skye Bride เพื่อไปยังเกาะ Isle of Skye ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสก็อตแลนด์และมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ทีเดียว และก่อนข้ามสะพานแห่งนี้จะเห็นปราสาท Eileen Castle ด้วย

95
Eileen Castle ตรงสะพาน Skye Bridge

เนื่องจากเราทำเวลาได้ดีกว่าที่คิด ก่อนจะเข้าสู่โฮสเทล ผมและเพื่อนๆ เลยแวะซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอหารกันเพิ่มเติมที่ Co-op ซึ่งเป็น super Market ที่มีหลายสาขาทั่วอังกฤษที่เมือง Broadford โดยด้านหลังของ Co-op แห่งนี้มีวิวของทะเลสาบสวยๆให้ชมกันอีกแล้ว พวกผมเลยแวะไปเก็บภาพกันนิดหน่อย

97

98

99

100

จากเมือง Broadford ไปยังโฮสเทลใช้เวลาอีกไม่นาน แต่เนื่องจากโฮสเทลที่เราจะไปพักนั้นตั้งอยู่บนเขาสูงเราจึงต้องค่อยๆขับรถขึ้นไป และเนื่องจากถนนค่อนข้างแคบจึงมีหลายช่วงที่ต้องคอยหลบรถที่สวนลงมา แต่ข้อดีของถนนที่นี่คือจะมีจุดจอดให้หลบทางค่อนข้างเยอะ

ในการขับรถที่ต้องสวนและหลบให้กันแบบนี้ผมเคยเขียนมาอธิบายให้คุณอ่านในตอน ขับรถเที่ยวอังกฤษ สก็อตแลนด์ Part 3 : การขับรถในอังกฤษ , Driving in the UK ลองไปอ่านรายละเอียดอีกครั้งได้นะครับ โดยสรุปคือส่วนใหญ่แล้วรถที่เป็นขาลงเขาจะเป็นฝ่ายหลีกทางให้กับรถที่ขึ้นเขา ยกเว้นรถที่ขึ้นเขามีจุดให้จอดหลบที่สะดวกกว่า เราก็ต้องเป็นฝ่ายหลีกทางให้ และเมือขับผ่านรถที่ให้ทางเราก็อย่าลืมยกมือขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณด้วยนะครับ

เรื่องการยกมือแสดงความขอบคุณเป็นสิ่งที่ผมสังเกตเอาเองจากตอนขับรถขึ้นเขาไปครั้งนี้เพราะทุกครั้งที่เราให้ทาง คนขับที่ลงมาจะมือและพยักหน้าเป็นการขอบคุณให้เราทุกครั้ง

แต่ถึงแม้การเดินทางไปโฮสเทลคืนนี้จะต้องขับขึ้นภูเขาสูงและต้องคอยหลบรถเป็นระยะๆเนื่องจากทางค่อนข้างแคบ แต่อยากจะบอกว่าวิวระหว่างขับขึ้นไปนั้นมันสวยมากๆ เพราะเราจะสามารถมองลงมาเห็นทะเลสาบและหมู่บ้านด้านล่าง ยิ่งตอนที่ผมขับขึ้นไป พระอาทิตย์กำลังเริ่มตกดิน ท้องฟ้ากำลังเข้าสู่ช่วงโพล้เพล้ แสงสีและวิวทิวทัศน์ต่างๆที่เห็นช่วงนี้มันสวยมากครับ

หลังจากตุ้มๆต๋อมๆ กลัวจะมาถึงโฮสเทลไม่ทัน 3 ทุ่ม พวกเราก็มาถึงได้ก่อนเวลาโดยโฮสเทลที่เราเลือกพักในครั้งนี้มีชื่อว่า Skye Walker Hostel ซึ่งผมเคยเขียนมาเล่าให้คุณฟังอ่านอย่างละเอียดแล้วในตอน Skyewalker Hostel , Isle of Skye , Scotland เป็นโฮลเทลที่ถ้าคุณมีโอกาสไปเที่ยว Isle of skye ผมอยากจะแนะนำให้ลองไปพักที่นี่แบบสุดๆ

1.1 cover

10

Skye Walker Hostel เป็นที่พักที่ผมประทับใจที่สุดในทริป นอกจากความสวยงามของที่พักที่มีมุมต่างๆให้เราถ่ายรูป และใช้เวลาพักผ่อนได้เยอะมากๆแล้ว  ที่นี่ยังมีไฮโลท์คือโดมกระจก ที่สามารถให้เราเข้าไปนอนดูดาวในนั้นได้ โดยวันที่พวกผมเข้าพักนั้นพวกผมขนเครื่องดื่ม ขนม (ต้องทานแบบรักษาความสะอาดนะครับ) รวมทั้งกีตาร์เข้าไปร้องเพลงกัน ไปนอนดูดาวแล้วคุยสัพเพเหระกัน จะบอกว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากเลยครับ

1
โดมกระจกในโฮสเทล สวยทั้งกลางวันและกลางคืน
19
กลางคืนเข้านอนร้องเพลง เม้ามอย ดูดาวกัน มีความสุขมากๆ

20

แต่ต้องบอกก่อนว่าที่นี่คือโฮสเทลเพราะฉะนั้นกฎต่างๆจะไม่เหมือนโรงแรมนะครับ เพราะฉะนั้นโดมนี้ก็เปิดให้ใช้ถึงแค่ 4-5 ทุ่มเท่านั้น

นอกจากนั้นโฮสเทลแห่งนี้ยังมีห้องครัวที่กว้างขวางสวย สะอาด และมีอุปกรณ์ทำอาหารแบบครบครันเหมาะแก่การทำอาหารของ master chef อย่างผมมาก 555

วันนั้นพอเดินทางไปถึงและเช็คอินกันเรียบร้อยแล้ว พวกผมก็มาช่วยกันทำอาหารแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบเสร็จแล้วเราก็เอาออกไปทานอาหารมื้อเย็นกันด้านนอก (เรียกมื้อค่ำจะถูกกว่าเพราะเวลาตอนนั้นน่าจะราวๆ 3 ทุ่มแล้ว)

แม้อุณหภูมิขณะนั้นจะลดลงเหลือ 13 องศา ( ขนาดหน้าร้อนนะนี่) แต่ก็เป็นมื้อที่อร่อยมากๆเลยครับเพราะมีวิวทิวทัศน์กับบรรยากาศมาช่วยเพิ่มอรรถรสของอาหารด้วย อ้อ นอกจากนั้นทางเจ้าของโฮสเทลซึ่ง nice มากๆ ยังเอาวิสกี้แบบสก็อตมาให้เราลองทานกันคนละแก้วด้วย ช่วยให้ตัวอุ่นขึ้นมาเยอะเลย

11
ห้องครัวสวยสะอาดมาก อุปกรณ์ครบครัน
14
ทานกันกลางอุณหภูมิ 13 องศา ฟินไปอีก

15

104
ครัวไทยสู่ครัวโลกใน Isle of Skye แบบชุดใหญ่

การเดินทางวันนี้ของผมค่อนข้างใช้เวลายาวนาน และแวะกันหลายสถานที่มากๆ แต่ไม่รู้ทำไมผมและเพื่อนๆกลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลย นี่คงเป็นความมหัสจรรย์ของการเดินทางท่องเที่ยว ที่แม้เราจะใช้พลังกายไปในการเดินทาง แต่พลังใจที่ได้รับกลับมามันกลับยิ่งสร้างพลังและความสุขให้เราได้มากกว่า ดังนั้นคืนนั้นจึงเป็นอีกคืนที่ผมเข้านอนด้วยความสุขอีกครั้ง แม้กระทั่งตอนที่เขียนเล่าให้คุณอ่านตอนนี้ ผมก็ยังจำได้ลางๆว่าคืนนั้นเป็นอีกคืนหนึ่งที่ผมหลับไปด้วยรอยยิ้มของความสุขมากที่สุดคืนหนึ่ง

3
ห้องนอนสบายมาก

แล้วพบกันกับจดหมายฉบับหน้านะครับ คราวหน้าจะเป็นการพาคุณเที่ยวเกาะ isle of skye กัน

IMG_4554

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึงเสมอ

Mgastronome

24 กุมภาพันธุ์ 2019

IG : mgastronome_travel

Mgastronome_eat

 

 

 

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s