ขับรถเที่ยวอังกฤษ สก็อตแลนด์ Part 16 : Day 10 ลอนดอน วันที่ 3 Finale : Mayfield Lavender Farm / British Museum

The ultimate Road trip across UK

London – Scotland – Isle of Skye Part 16 : Day 10 London Day 3 Finale : Mayfield Lavender Farm / British Museum

1

ถึง…เธอ

ในที่สุดผมก็เดินทางมาถึงจดหมายฉบับสุดท้ายใน Series ขับรถเที่ยวอังกฤษ สก็อตแลนด์ ที่ผมเขียนมาเล่าให้คุณอ่านอย่างยาวนานร่วมเกือบ 9 เดือน

จากจุดเริ่มต้น…ผมเองก็ไม่คิดว่าจะเขียนจดหมายมาถึงคุณได้อย่างมากมายและยาวนานขนาดนี้ แต่ทว่า…ผมเองกลับมีความสุขอย่างมากในทุกครั้งที่ได้เขียนเล่าถึงประสบการณ์ในการเดินทางด้วยการขับรถในอังกฤษและสก็อตแลนด์มาให้คุณอ่าน เพราะทุกตัวอักษรที่ผมเขียนมาในจดหมาย มันทำให้ผมได้กลับไประลึกถึงความสุข ความทรงจำดีๆในทริปนี้อีกครั้ง

เรื่องบางเรื่อง หรือประสบการณ์บางอย่างอาจจะเข้ามาในชีวิตของเราเพียงช่วงสั้นๆ แต่ความทรงจำต่อเหตุการณ์หรือประสบการณ์เหล่านั้นอาจยืนยาวตราบเท่าชั่วอายุขัยของคนๆนั้นก็ได้

ดังนั้นเหตุผลที่ผมชอบเดินทางท่องเที่ยว ก็เพราะการท่องเที่ยวได้ประสบการณ์พร้อมทั้งความทรงจำดีๆให้ผมเสมอ เป็นเหตุผลสำคัญให้ผมตัดสินใจเขียนเรื่องราวความทรงจำเหล่านั้นมาให้คุณอ่านเพื่อที่ว่ามันอาจมีส่วนแม้เพียงเล็กน้อยที่จะเป็นแรงบันดารใจให้คุณออกเดินทางบ้าง

วันสุดท้ายของผมในลอนดอน เป็นอีกวันที่พวกผมต้องตื่นกันแต่เช้า เพราะวันนี้เรามีแผนจะออกเดินทางไปนอกเมืองลอนดอนเพื่อไปชมสวนดอกลาเวนเดอร์ที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาที่ Mayfield Lavender farm

จากสถานี Paddington พวกผมใช้รถใต้ดินเดินทางไปที่สถานี Victoria เพื่อที่จะต่อรถขบวน Southern ไปลงยังสถานี West Croydon

24

4
ภายในขบวนรถไฟ

5

จากนั้นก็เดินกันไปอีกไม่ไกลเพื่อไปขึ้นรถเมล์ที่ป้าย B2 โดยนั่งรถสาย 166 ไปยัง Mayfield Lavender farm ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

6
หน้าสถานี

8

9
สถานีรถบัส
11
รอช่อง B2
10
สาย 166

ระบบรถเมล์ในอังกฤษจะมีจอมอนิเตอร์อยู่หน้ารถซึ่งจะทยอยบอกสถานีที่รถกำลังจะจอดไปเรื่อยๆ การที่จะไปเที่ยว May field Lavender farm จะต้องลงที่ป้าย Oaks Park ซึ่งจะอยู่บริเวณทางเข้าของฟาร์มเลย

12
ป้าย Oaks Park 

 

Mayfield Lavender Farm

เป็นทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสดสุดลูกหูลูกตาขนาด 25 เอเคอร์ ตั้งอยู่ชานเมืองลอนดอน ในแถบที่เรียกว่า Banstead (Woodmansterne), Surrey  โดยเก็บค่าเข้าคนละ 2.5 ปอนด์สำหรับผู้ใหญ่ แต่หากว่าใครมีอายุต่ำกว่า 16 ปีก็สามารถเข้าไปชมได้ฟรีเลย

19

ฟาร์มที่นี่จะเปิดให้บริการช่วงเดือนมิถุนายน ถึง ต้นกันยายนซึ่งเป็นช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์บานเต็มที่ เพราะฉะนั้นก่อนจะไปคุณควรจะเช็คช่วงที่เวลาที่ฟาร์มเปิดให้แน่นอนก่อนนะครับ

14

ในฟาร์มแห่งนี้จะมีทั้งคาเฟ่และร้านขายของออแกนิค รวมทั้งสินค้าที่ระลึก หรือของใช้ส่วนบุคคลที่ทำจากลาเวนเดอร์ แต่จุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สนใจก็หนีไม่พ้นทุ่งลาเวนเดอร์ที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตานี่ล่ะ

16

Highlight ในทุ่งลาเวนเดอร์แห่งนี้ก็มีทั้งตู้โทรศัพท์สีแดงแปร๊ดตัดกับสีม่วงของลาเวนเดอร์ได้อย่างดี เป็นมุมยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปกัน

13

นอกจากนั้นก็มีศาลาไม้สีขาว ให้ความรู้สึก Romanceขึ้นมาอีกแบบก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจไปถ่ายรูปไม่แพ้กัน ถ้าวันหนึ่งคุณอยากจะถ่ายภาพPre-Wedding ด้วย concept โลกสวย (แบบวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์) ผมขอแนะนำที่นี่เลย

1

17

18

ในช่วงที่ผมไปเป็นช่วงที่มีพิธีแต่งงานของเจ้าชายแฮร์รี่และ เมแกน มาร์เคิล ทำให้ฟาร์มแห่งนี้นำมารูปของทั้ง 2 มาตั้งให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกันด้วยครับ

20

เนื่องจากวันนี้ฝนตกตั้งแต่เช้า ช่วงที่พวกผมไปถึงก็ยังมีเม็ดฝนลงมาบ้างแม้ไม่หามากแต่ก็ทำให้อากาศค่อนข้างหนาวและดอกลาเวนเดอร์ก็ไม่บานเต็มที่มากนัก เพราะเราจึงใช้เวลาที่นี่ไม่ได้นานมาก จึงตัดสินใจมารอรถกลับลอนดอนกันซึ่งป้ายรถเมย์ก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกับฟาร์มนั้นเอง

ในช่วงเวลาที่รอรถนี่เองกลับกลายเป็นการรอคอยที่นานมากผิดปกติ จนมารู้ที่หลังจาก Google Map ว่ามีการ delay แต่ไม่รู้สาเหตุ พวกเราจึงต้องรอรถกันอยู่นานพอสมควรกว่ารถจะมา เพราะฉะนั้นหากคุณจะมาที่นี่ก็ต้องเผื่อเวลาสำหรับกรณีฉุกเฉินแบบนี้ด้วยนะครับ

ขากลับไปลอนดอน เราจะใช้อีกเส้นทางซึ่ง Google Map แนะนำว่าเร็วกว่าคือเราจะไปขึ้นรถที่สถานีรถไฟ Purley และก็ขึ้นรถไฟจากสถานีกลับไปสถานี Victoria

21
สถานีรถไฟ Purley
22.1
ตารางรถกลับไปสถานี Victoria

22

และเนื่องจากวันนี้โปรแกรมของผมค่อนข้างกระชั้น งานนี้เลยต้องทานมื้อเที่ยงกันบนรถไฟนี่แหละ

23

เมื่อถึงสถานี Victoria พวกผมก็เดินทางไปต่อกันที่พิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกซึ่งคนรักพิพิธภัณฑ์ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิตนั่นคือพิพิธภัณฑ์ British Museum

British Museum

เป็นพิพิธภัณฑ์ชื่อดังระดับโลกก่อตั้งขึ้นในปี1953 และเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในปี 1959 โดยที่มาของพิพิธภัณฑ์เริ่มต้นจาก Sir Hans Sloane ผู้ซึ่งมีของสะสมโบราณมากมายได้ถวายของสะสมเหล่านั้นแก่พระเจ้าGeorge ที่สองของอังกฤษเพื่อให้เป็นสมบัติของประเทศอังกฤษ (ข่าวว่ารัฐบาลอังกฤษมีการให้เงินตอบแทนความมีน้ำใจนั้นด้วย)

34

จากนั้นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ได้ของสะสมเพิ่มขึ้นมากมายจากการที่อังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคมและเดินทางไปสำรวจรวมทั้งยึดดินแดนจากทั่วโลกซึ่งประเด็นนี้ก็ยังเป็นข้อถกเถียงในปัจจุบันถึงสมบัติล้ำค่าหลายชิ้นที่ถูกมองว่าได้มาแบบไม่ถูกต้อง เช่นไปยึดหรือครอบครองประเทศของเขาและก็เอาสมบัติเขามา ดังนั้นจึงควรจะคืนให้กับเจ้าของที่แท้จริงมากกว่า

26

ถ้าคุณพอจะจำได้ ผมเคยเขียนมาเล่าให้คุณอ่านถึงอัญมณีและสิ่งของมีค่าหลายชิ้นของอินเดียที่ถูกเอามา รวมทั้งเรื่องเล่าว่าอังกฤษคิดจะยกบางส่วนของทัชมาฮาลกลับมาอังกฤษด้วยในตอน Incredible India : The Golden Triangle , Delhi , Jaipur and Agra [3]

การเดินทางไปที่ British Museum  สามารถใช้รถไฟใต้ดินโดยมาลงที่สถานี Tottenham Court Road หรือสถานี Holborn  จากนั้นก็สังเกตุป้ายบอกทางที่มีเป็นระยะก็จะมาถึงพิพิธภัณฑ์ได้ไม่อยาก

ถ้าวันไหนนักท่องเที่ยวเยอะก็จะมีการเปิดทางเข้า 2 ทางคือด้านหน้า และด้านข้าง ซึ่งของผมในวันนั้นได้เข้าทางด้านข้างที่มีคิวนักท่องเที่ยวมารอคิวเข้าชมอยู่ค่อนข้างเยอะแล้ว

25

British Museumจะมี 3ชั้น กินพื้นที่กว้างขวางชนิดที่เรียกว่าถ้าจะดูกันแบบเก็บรายละเอียดจริงๆน่าจะต้องใช้เวลาหลายวัน โดยทั้ง 3ชั้นจะแบ่งเป็น Zone ต่างๆดังนี้

ชั้นล่างสุดจะอยู่ชั้นใต้ดินเป็นชั้นที่มีสมบัติโบราณจากจีน กรีก โรมัน และสมบัติจากทวีปอื่น ๆ

29

27

28

ชั้นที่ 1 หรือชั้น Ground floor  ชั้นนี้คือชั้นแรกที่คุณจะพบกับโดมกระจกหลังคาโค้งที่สร้างครอบทั้งชั้นโดยรอบ เรียกว่า The Great Court โดยในโซนนี้จะเป็นจุดประชาสัมพันธ์ ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และห้องสมุด วัตถุโบราณที่แสดงบนชั้นนี้จะเป็นผลงานปั้นและแกะสลักอันล้ำค่าของกรีก อียิปต์ โรมัน และของเอเชีย

33

32

ชั้นที่ 2 เป็นชั้นที่เก็บรวบรวมผลงานทางศิลปะ ภาพวาด ภาพพิมพ์ในยุคเก่า วัตถุโบราณต่าง ๆ โดยเฉพาะอียิปต์เป็นห้องที่นักท่องเที่ยวมักให้ความสนใจมากที่สุดเพราะมีตั้งแต่เครื่องประดับ หีบศพ และมัมมี่

30

39

38

นอกจากนั้นในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีสมบัติล้ำค่าของโลกที่ถือเป็น Highlight ได้แก่ Rosetta Stone คือหินจารึกอักษรซึ่งเป็นการส่วนสำคัญการในแปลภาษาอียิปต์ เป็นภาษากรีกและเราก็แปลความหมายจากภาษากรีกมาเป็นภาษาอังกฤษอีกทีหนึ่งทำให้เราเข้าใจภาษายุคโบราณได้/ วิหาร Parthenon / โลง มัมมี่ ต่างๆจาก อิยิปต์ /รูปสลักหน้าวิหารขอ เปอร์เซีย อัสซีเรีย

31
Rosetta Stone ภาษาเขียนแรกของโลก

40

เรียกไว้ว่าแค่คุณมาเยือน British Museum เพียงแค่ที่เดียว คุณก็จะได้เห็นของล้ำค่าของทั้งโลกเลยก็ว่าได้

British Museum เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 1000 – 1730น.  วันศุกร์จะเปิดถึง เวลา 20.30น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม

ด้วยเวลาที่มีจำกัดทำให้ผมใช้เวลาได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงในการชมพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เนื่องจากผมต้องรีบกลับไปเอากระเป๋าและเจอเพื่อนๆที่โรงแรม จากนั้นพวกผมก็จะไปขึ้นรถไฟด่วนจากสถานี Paddington ไปยังสนามบิน Heathrow

การที่สถานี Paddington เป็นสถานีหลักสำคัญที่มี Express train วิ่งไปกลับระหว่างสถานีนี้กับสนามบิน เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกผมมาพักบริเวณนี้ที่โรงแรม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีเลย

35
ภายใน Express กลับสนามบิน Heatrow

ในที่สุดการเดินทางอันยาวนาน 10 วัน 9 คืนของพวกผมก็ต้องสิ้นสุดลง พร้อมๆกับความประทับใจมากมายกับประสบการณ์ในการขับรถท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกในชีวิต

36
เตรียมตัวกลับบ้าน

การเดินทางครั้งนี้ได้เปลี่ยนความคิดของผมไปหลายอย่าง เช่น จากเริ่มแรกที่คิดว่าประเทศอังกฤษไม่ได้มีความน่าสนใจเท่าไหร่ มีอีกหลายประเทศน่าสนใจกว่า ดังนั้งผมจึงไม่เคยวางแผนจะมาเที่ยวอังกฤษเลย แต่กลับมีแพลนไปเที่ยวประเทศอื่นๆในยุโรปกับเอเชียกลางยาวเป็นหางว่าว 555

4
Bibury สวยเหลือเกิน
7
Bath เมืองที่ถ้าไปอังกฤษก็ไม่ควรพลาด
14
Bourton on the water
66
Glasgow เมืองแห่งศิลปะและสถาปัตยกรรม
89
Edinburgh ที่สุดของความยิ่งใหญ่
28
Inverness สวยไม่แพ้ใคร

22

นอกจากนั้นผมเคยคิดว่าการขับรถเที่ยวคงทั้งเหนื่อย ทั้งน่าเบื่อ น่าจะให้เราได้เที่ยวไม่เต็มที่ แต่ในทางตรงกันข้ามแล้ว การขับรถเที่ยวโดยเฉพาะในแถบภูมิประเทศที่สวยงามให้ทั้งความเพลิดเพลินและความรื่นรมย์ในการขับรถจนไม่รู้สึกเหนื่อยเลย รวมทั้งให้ผมสามารถเดินทางไปในจุดที่การเดินทางด้วยรูปแบบอื่นๆเข้าไปอย่างยากลำบากด้วย

50

89

98

8

12

72

ดังนั้นถ้าไม่มีพี่และเพื่อนในกลุ่มชวนผมมาร่วมทริปขับรถเที่ยวในคราวนี้ ผมคงไม่มีทางได้รู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวในอังกฤษมีความหลากหลายมาก ทั้งความสวยงามของธรรมชาติ สถาปัตยกรรมทั้งเก่าและใหม่ รวมทั้งเทคโนโลยีและความทันสมัย เรียกว่ามาแล้วเก็บได้ครบ ยิ่งบางช่วงของการเดินทาง การได้ขับรถเองจะให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจขึ้นไปอีกมาก

57

หวังว่าจดหมายหลายฉบับที่ผมทยอยเขียนมาให้คุณอ่านนี้จะเป็นแรงบันดารใจให้คุณได้ลองมาขับรถเที่ยว มาดูความยิ่งใหญ่ของประเทศที่เคยได้ชื่อว่า…พระอาทิตย์ไม่เคยตกดินแห่งนี้บ้าง

วันหนึ่งที่คุณได้เริ่มต้นออกเดินทางแล้ว…ผมคิดว่าคุณคงจะตกหลุมรักอังกฤษได้ไม่ยาก

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึง

mgastronome

10 May 2019

IG : mgastronome_travel

Mgastronome_eat

One Comment Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s