ทริปสู่แดนสวรรค์ ต้าลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียง ประเทศจีน Part 3 : กรุงเทพฯ-คุนหมิง-ต้าลี่

ถึง…เธอ

หลังจากให้ข้อมูลเบื้องต้นที่พอจะเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางไปต้าลี่ เชียงกรีล่า และลี่เจียง ในจดหมายฉบับที่แล้ว จดหมายฉบับนี้ผมจะเริ่มนำคุณออกเดินทางค้นหาแดนสวรรค์ด้วยกันโดยเริ่มจากเมือง…ต้าลี่

ถ้าจะไปต้าลี่ แชงกรีล่าและลี่เจียงต้องไปเริ่มต้นที่เมืองคุนหมิงซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลยูนนานตามที่ผมได้เคยเขียนมาเล่าไว้ใน ทริปสู่แดนสวรรค์ ต้าลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียง Part 2 : ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวตาลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียง   ปัจจุบันมีหลายสายการบิน แต่สายการบินที่พอจะไว้ใจได้ผมว่ามีแค่ 3สายการบินหลักๆคือการบินไทย,ไชน่าอีสเทิร์น และ แอร์เอเชีย ค่าตั๋วประมาณ 10000 – 16000 ถ้าเป็นแอร์เอเชียอาจะเหลือหลักไม่กี่พันแล้วแต่ช่วง ซึ่งผมได้ตัดสินใจเลือกบินการบินไทยด้วยราคาตั๋ว13,000 บาท

4

การเดินทางครั้งนั้นเป็นการเดินทางไปจีนครั้งแรกของผม เลยตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะได้ยินคำล่ำลือต่างๆนานามามากมาย ผมจัดเตรียมทุกสิ่งอย่างที่คิดว่าต้องใช้ไปพร้อม ทั้งไฟฉาย ยาดม ยาลม ยาหม่อง แต่ยาที่ลืมไม่ได้คือ ยากินสำหรับป้องกันโรค Attitude Sickness หรือเรียกง่ายๆว่าโรคแพ้ที่สูงซึ่งมักจะเกิดกับพื้นที่ๆสูงกว่าระดับน้ำทะเล 2000 เมตร ซึ่งผมอธิบายไว้แล้วใน ทริปสู่แดนสวรรค์ ต้าลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียง Part 2 : ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวตาลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียง

 

ถึงตรงนี้ต้องเตือนคุณอีกครั้งว่ามณฑลยูนนานที่มีต้าลี่ แชงกรีล่าและลี่เจียงอยู่ในนั้นจะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1460 – 4600 เมตร ดังนั้นจึงต้องกันไว้ก่อน

37
อ็อกซิเจนกระป๋อง หาซื้อได้เมื่อไปถึงจีน

อุปกรณ์อีกอย่างที่ลืมไม่ได้ แล้วควรพกไปเยอะๆ คือ wet tissue

เมืองจีนขึ้นชื่อลือชาเป็นพิเศษเรื่องห้องน้ำ (ซึ่งจริงตามคำบอกเล่าทุกประการ) เพราะฉะนั้นถ้าคุณ sensitive กับเรื่องนี้เป็นพิเศษต้องพกไปเยอะๆ

ของสำคัญอีกอย่างสำหรับคนที่พูดจีนไม่ได้เลยคือ หนังสือคำศัพท์ภาษาจีนที่มีทั้งคำเขียนและคำแปลภาษาจีน รับรองว่าต้องใช้แน่นอน

ผมเดินทางไปต้าลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียงช่วงพฤศจิกายน ถึงต้นธันวาคม อากาศที่เมืองจีนกำลังเย็นๆ อุณหภูมิประมาณ 10 – 19 องศา เรียกว่ากำลังสบายแต่ถ้าไปที่สูงๆมากๆ ก็อาจจะหนาวกว่านี้

เริ่มต้นการเดินทางกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งในช่วงแรกๆของการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ผมและเพื่อนๆก็เข้าข่ายเดินทางแบบแบ็คแพคเต็มตัว กระเป๋าเดินทางที่ใช้ก็เป็นแบบสะพายหลัง พออายุมากขึ้นอย่างทุกวันนี้ก็ไม่ไหวล่ะครับ ใช้กระเป๋าล้อลากอย่างเดียว

5

6

8

เที่ยวบินนี้ คนไม่ได้เยอะมาก อาจจะเพราะเป็นวันพุธกลางสัปดาห์ด้วยนั่งไปสักพักพนักงานต้อนรับก็นำอาหารมาเสริฟ โดยส่วนตัวผมถูกปากกับอาหารการบินไทยมากกว่าสายการบินอื่นๆ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมชอบเดินทางด้วยสายการบินนี้

11

12

14

ทาอาหารเสร็จก็ตามด้วยยาป้องกัน attitude sickness 1 เม็ด ก่อนเครื่องจะลงคุนหมิง ซึ่งพอถึงที่นั่นแล้วผมจะทานเช้า และก่อนนอนทุกวันครั้งละเม็ดครับ

15

จากกรุงเทพ เราใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งก็มาถึงคุนหมิง โดยเวลาที่คุนหมิงจะเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง

16

17

หลังจากผ่าน ตม พวกผมก็เดินตรงออกมาเรื่อยๆ พอพ้นประตูอาคารผู้โดยสารก็ให้เดินตามป้ายTaxi ก็จะเจอที่รอคิวแท็กซี่ ซึ่งคงเป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดในเมืองคุนหมิงที่ทุกเมืองที่ผมจะเดินทางไปเยือน

18

รถ Taxi ที่เป็นคิวของพวกผมมีคนขับเป็นผู้หญิง ตอนนั้นก็รู้สึกอุ่นใจกันหน่อยๆว่าน่าจะไม่โดนโกง เพราะช่วงหาข้อมูลผมก็เจอเรื่องการโกงค่าโดยสารนักท่องเที่ยวเยอะเหมือนกัน และผมเองก็รู้สึกว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะโกงมากกว่า พอได้คนขับเป็นผู้หญิงเลยค่อนข้างสบายใจ

19

พอขึ้นรถปุ๊บ พวกผมก็โชว์ข้อมูล พร้อมรูปภาพของสถานีขนส่งให้เจ๊คนขับดูว่าเราต้องการไปสถานีขนส่งเพราะวันนี้เราจะเดินทางตรงไปต้าลี่เลย

ปรากฏพอเจ๊คนขับอ่านดูข้อมูลแล้วก็พูดอะไรไม่รู้คับ โช้งเช้งๆ เสียงดังมาก เหมือนว่าเจ๊แกไม่เข้าใจ พวกผมก็เลยเปลี่ยนแผนเอาหนังสือที่มีศัพท์ภาษจีนมาชี้ไปที่คำว่า..สถานนีขนส่ง แล้วก็พลิกไปหน้าชื่อเมือง จากนั้นก็ชี้ไปที่เมือง ต้าลี่  เจ๊ก็โอเค เป็นอันเข้าใจกัน

ตอนที่ผมไปนั้นมิเตอร์แท็คซี่จีนจะเริ่มที่ 8 หยวนนะคับ แต่เวลาลงต้องบวกค่า Fuel Surcharge อีก 1 หยวนด้วย

20

21

สิ่งที่แปลกตาในรถ Taxi ของจีนคือรอบตัวคนขับจะมีเหล็กดัดกั้นไว้พร้อมแผ่นพลาสติกปิด เหมือนจะป้องกันคนขับจากอะไรบางอย่าง ทำให้รู้สึกว่า เอ๊ะ จริงๆ จีนนี่ปลอดภัยหรือเปล่า ขนาดคนขับ Taxi ยังต้องระวังตัวกันขนาดนี้

22

ระหว่างนั่งรถพวกผมนั่งมองวิวเมืองคุนหมิงไปเรื่อยๆ จนเริ่มรู้สึกว่ามันนานแปลกๆเพราะจากตอนที่หาข้อมูลมาสถานีขนส่งไม่ได้อยู่ไกลจากสนามบินมาก พอหันไปดูมิเตอร์เท่านั้นแหละครับพวกผมก็รู้ว่าไม่ชอบมาพากลแล้ว เพราะจากข้อมูลที่อ่านมา จากสนามบินไปสถานีขนส่งจะประมาณ 10 – 15 หยวนเท่านั้น แต่มิเตอร์ของพวกเราตอนนี้ขึ้นไปถึง 25 หยวนแล้ว

จากนั้นพวกผมเลยเริ่มสังเกตเส้นทางจนพบว่า ซือเจ๊คนนี้ ขับวนไป วนมาเพราะมีบางจุดที่รถกลับมาผ่านที่เดิมจนสุดท้ายมิเตอร์ไปปิดท้ายที่ 32 หยวน

ที่แสบที่สุดคือซือเจ๊ขับมาถึงสถานีขนส่งแล้ว (เพราะพวกผมเห็นป้ายหน้าสถานีขนส่งแล้วว่าเคยขับผ่านมาครั้งหนึ่งแล้ว) แต่เจ๊แกไม่ยอมเลี้ยวเข้าไป กลับไปอ้อมออกไปอีกไกลแล้วไปยูเทิร์นกลับมาอีกทีถึงขับเข้าไปส่งเราหน้าสถานี

งานนี้ต้องบอกว่า…แสบจิงๆคับเจ๊

เพราะฉะนั้นเรื่องที่ว่าผู้หญิงจะไม่โกงนี่จึงเป็นความเข้าใจผิดอย่างหนึ่ง ต้องระวังทั้ง 2 เพศไว้อย่างเท่าเทียมกันนะครับ

23
หน้าอาคารขนส่งต้าลี่

หลังจากลงจากรถเรียบร้อยพร้อมยิ้มส่งให้เจ๊คนขับแบบอย่าเจอกันอีกเลย พวกผมก็เข้าไปในอาคารขนส่งซึ่งพอเข้าไปในสถานีพวกผมก็ยืนงงกันเป็นแถบเลยครับ เพราะคนเยอะมาก เที่ยวรถก็เหมือนจะเยอะมาก ที่สำคัญภาษาที่เขียนเป็นภาษาจีนทั้งหมด

24
เห็นแบบนี้แล้ว มึนตึ๊บเลยคับ

ต้องแจ้งคุณก่อนว่าจริงๆแล้ว การไปเมืองต้าลี่นั้นจะมีท่ารถของเอกชนที่ง่ายและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากกว่า ซึ่งตอนแรกพวกผมตั้งใจจะไปสถานีขนส่งเอกชนที่วิ่งไปต้าลี่โดยเฉพาะนี้  แต่จากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกับคนขับทำให้พวกผมต้องมาจบลงตรงนี้

ตอนนั้นเองครับที่พอดีผมเหลือบไปเห็นห้อง High Fast Ticketing Hall  ก็เลยคิดว่ามันต้องมีความพิเศษอะไรบางอย่าง ก็เลยลองเดินเข้าไป

25

ปรากฎว่าได้ผลคับ คนน้อยกว่า เที่ยวรถน้อยกว่าทำให้พอเทียบได้ว่าภาษาจีนที่ขึ้นบนจอตรงกับคำว่า ต้าลี่ ในหนังสือเป๊ะ ที่โชคดีมากๆ คือพวกผมเจอคนขายตั่วที่พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยด้วย พวกผมก็เลยได้ตั๋วไปต้าลี่มาในราคาคนละ 138 หยวนแบบปลาบปลื้มดีใจจนน้ำตาไหล 55

26

แม้จะเป็นสถานีขนส่งแต่ระบบความปลอดภัยถือว่าเข้มงวดมาก มีเครื่องสแกนกระเป๋าทุกใบเลย

27

28

พวกผมไปนั่งรอที่ท่ารถจนถึงเวลารถออก ซึ่งก็เลทเล็กน้อยตาม standard ประเทศแถบนี้ (ยกเว้นญี่ปุ่น) แต่ก็ไม่นานมากครับ แถมสภาพรถก็โอเคเลยครับ เหมือนรถ VIP 24 ที่นั่งแบบบ้านเรา แค่ไม่มีห้องน้ำให้เข้า ซึ่งผมเดาว่ารถคันนี้ก็น่าจะ VIP เช่นเดียวกันเพราะจำนวนที่นั่งในรถน้อยครับ นอกจากนั้นก็น่าจะเป็นรถด่วยด้วยเพราะข้างรถเขียนว่า Dali Qucik ก็คงอารมณ์รถด่วนพิเศษ ค่าตั๋วเลยถือว่าแพงเลย

29

30

จากคุนหมิงไปต้าลี่ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง  ระหว่างทางจะการแวะจอดให้เข้าห้องน้ำกับให้ทานข้าวด้วย1 ครั้ง

32
จุดแวะพักทานข้าวและเข้าห้องน้ำ

และที่แวะพักรถนี่เองครับที่พวกผมได้เจอกับห้องน้ำแบบจีนแท้ๆเป็นครั้งแรก ซึ่งสำหรับผู้ชายถ้าแค่ปัสสาวะก็คงปรกติไม่มีอะไรพอจะรับได้ แต่ถ้าต้องถ่ายหนักนี่ถือว่าคิดหนักเลยครับ ผมคนหนึ่งล่ะถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆคงจะไม่ยอมใช้ห้องน้ำแบบนี้แน่

 

ห้องน้ำที่เห็นคือไม่มีประตูใดๆทั้งนั้น เรียกว่าเปิดโล่งโจ้งกันแบบไม่สนใจใครหรืออะไรทั้งนั้น แถมโถที่นั่งนี่ผมก็ยังสงสัยกับเพื่อนอยู่ว่าคนที่เข้าไปใช้นี่ต้องหันหน้าเข้า หรือหันหน้าออก เพราะถ้าหันหน้าออกนี่แบบต้องใจกล้ามากๆเลยทีเดียวครับ

พอเห็นแบบนี้ สารภาพเลยว่าตลอดการเดินทาง ผมกลายเป็นโรคปลอดแหกกับห้องน้ำที่จีนไปเลย

33
ประตูไม่มี เย้ยฟ้าท้าดินกันแบบนี้แหละ

หลังจากเจอภาวะ culture shock จากห้องน้ำแล้ว ผมก็มาเดินสำรวจข้างนอกโดยเฉพาะสิ่งที่ผมสนใจเป็นพิเศษคือเรื่องอาหาร เวลาไปไหนมาไหนในต่างประเทศ ผมชอบที่จะได้ไปดูไปเห็นอาหารพื้นเมืองของชนชาตินั้นๆว่าเขาทานอะไร ทานกันอย่างไร

สำหรับอาหารยูนนานที่ผมเห็นนั้นต้องยอมรับว่าคนที่นี่ทานเผ็ดจริงๆ เพราะของทอดของเขา จะเอามาคลุกกับพริกป่นในถาดแบบนี้ แล้วก็ทานแบบหน้าตาเฉยเลยคับ

34
ของทอดที่ไม่ใช่ทานเปล่าๆ แบบนี้
35
วิธีกินคือต้องเอาพริกมาทั้งคลุก ทั้งราดแบบนี้ เห็นแล้ว กราบบบบบบบในความเผ็ด

หลังจากแวะพักกันแล้ว รถก็เริ่มออกเดินทางต่อ ประมาณ 2 ทุ่มกว่าพวกผมก็มาถึงเมืองต้าลี่คับ

เมื่อลงรถปุ๊บ ผมก็เรียกแท็กซี่ไปโรงแรมโดยเตรียมชื่อภาษาจีนพร้อมแผนที่ให้คนขับดูเรียบร้อย (การไปจีนเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมจริงๆ) จากสถานีขนส่งใช้เวลาไม่นานก็ถึงโรงแรมครับ ค่ารถ 14 หยวน

สำหรับโรงแรมในต้าลี่ที่ผมเลือกพักคือโรงแรมที่ผมได้เคยเขียนมาเล่าให้คุณอ่านแล้วในตอน โรงแรม Landscape Hotel , ต้าลี่ , ประเทศจีน

2

เหตุผลที่ผมเลือกพักที่นี่เพราะผมชอบการตกแต่งของโรงแรมที่เหมือนให้เราได้ย้อนยุคกลับในนอนในโรงเตี้ยมสมัยโบราณ โดยการตกแต่งรอบๆจะมีความสวยงาม มีความเป็นจีนโบราณค่อนข้างมาก สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปคงจะหามุมถ่ายได้ไม่เบื่อเลย

5

6

ถึงภายนอกจะดูเหมือนเราย้อนยุคไปโรงเตี้ยมโบราณ แต่ภายในห้องนอนจะมีความทันสมัยที่ Facility ต่างๆค่อนข้างครบถ้วนนะครับ

47

นักท่องเที่ยวที่เคยมาพักที่นี่แล้วบางคนถึงกับบอกว่าจริงๆแล้วโรงแรมแห่งนี้สามารถเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในตัวมันเองได้ด้วยซ้ำ

100103

94

สำหรับราคาห้อง ณ ตอนที่ผมไปพัก็ไม่แพงมาก แค่คืนละ 1000 บาทเท่านั้นเทียบกับบรรยากาศ การตกแต่ง และสิ่งที่ได้รับแล้วถือว่าถูกมากคับ

นอกจากนั้นที่สำคัญ..โรงแรมแห่งนี้ยังอยู่ติดกับถนนคนเดินของย่านต้าลี่เมืองเก่าที่เราสามารถหาร้านอาหารทาน ร้าน shopping และสามารถเดินไปขึ้นกำแพงโบราณได้ด้วย เรียกว่าทำเลดีสุดๆ

dali map
โรงแรมอยู่ย่านเมืองเก่าเลย

เมื่อ check in เรียบร้อยแล้ว พวกผมก็อดเดินถ่ายรูปและสำรวจโรงแรมยามค่ำคืนไม่ได้เพราะในตอนการกลางคืนการให้ไฟต่างๆ สวยจริงๆ ครับ

46

42

41

หลังจากทั้งสำรวจโรงแรม และเอาข้าวของเข้าห้องพักกันเรียบร้อยแล้ว พวกผมก็ออกไปอาหารมื้อค่ำทานกันซึ่งตอนนั้นเกือบจะ3 ทุ่มแล้ว

เพื่อความสะดวกรวดเร็ว พวกผมก็เลยไปขอให้ reception แนะนำให้คับว่าร้านอาหารที่ไหนใกล้ๆ โรงแรมอร่อย แล้วก็ให้จดเมนูเป็นภาษาจีนมาให้ด้วยเลยว่าอะไรที่ไม่ควรพลาด

พวกผมโชคดีมากที่หนึ่งใน reception สามารถพูดภาษาไทยได้เพราะเคยมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เชียงใหม่ พวกเราเลยคำได้แนะนำอย่างดีเลย

ร้านอาหารที่น้อง reception แนะนำอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมจริงๆ เพียงแค่ออกจากโรงแรมมาแล้วเลี้ยวขวาแล้วเดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอคับ

57

ตลอดเวลาที่ท่องเที่ยวในต้าลี่ คุณจะสังเกตได้ว่าร้านอาหารที่ต้าลี่ จะเอาวัตถุดิบมากองโชว์กับพื้นหน้าร้านแบบนี้เป็นปกติคับ

58

ตอนนั้นพวกผมหิวกันกันมากๆ พอได้โต๊ะที่นั่งก็รีบยื่นเมนูที่จดมาให้ทางร้านเลยคับ

จากนั้นทางร้านก็เอาอุปกรณ์การกินมาให้ ซึ่งแพ็คในถุงกระดาษที่ปิดมาอย่างดี ดูมีอนามัยมากทีเดียว บทจะอนามัยขึ้นมาก็อนามัยเกิ๊นนนน

59

หลังจากนั่งรอไปสักพัก เวลาที่รอคอยก็มาถึงคับ เมนูเด็ดของต้าลี่ที่ทางโรงแรมแนะนำคือ

…แกงปลาอะไรไม่รู้คับ แต่รสชาติจะคล้ายต้มยำบ้านเรา เพียงแต่จะออกเค็มๆ หวานๆ ไม่เปรี้ยวมาก เมื่อมาทานตอนอากาศหนาวๆ แบบนี้ผมว่าเข้ากันสุดๆ เมนูนี้ถือเป็นอาหารประจำถิ่นของต้าลี่เลย

60

61

เมนู 2 เป็นซี่โครงหมูทอด แต่พอทานแล้วรสชาติเหมือน แหนมทอดบ้านเรา เพราะจะมีรสเปรี้ยวนิดๆด้วย

62

63

จานที่ 3 เป็นหมูแฮมผัดพริกครับ อร่อยดีแม้จะมันไปหน่อย ตามสไตล์อาหารจีน

64

65

จานที่ 4 เป็นแกงจืดคับ (ต้องชมน้อง manager คนนั้นคับให้มาครบทั้ง แกง ผัด ทอด เลย) ซึ่งต้องบอกว่าจืดสมชื่อเลย ไม่อน่อยเลยครับ แฮ่

66

จานสุดท้ายเป็น order ส่วนตัวคับเพราะเป็นคนติดกินข้าวกับไข่เจียวก็เลยพยายามเล่นเกมใบ้คำ จนร้านเข้าใจ ก็เลยได้ไข่เจียวจานนี้มาทานคับ แต่ว่าทอดมาไหม้เชียว

67

รสชาติโดยรวมแล้วถือว่าอร่อยเลยครับ ด้วยความหิวก็ทานกันหมดทุกจานเลย ยกเว้นแกงจืดที่จืดจริงๆ

พอพวกผมเริ่มอิ่ม  อยู่ดีๆ อาม่าแก่ๆ ท่าทางใจดี น่าจะเป็นเจ้าของร้านก็เอาขนมจานนี้มาให้คับ ตอนนั้นพวกผมรีบส่ายหน้ากันใหญ่เลยว่าเราไม่ได้สั่ง

สื่อสารภาษาใบ้ไปมาถึงรู้ว่า อาม่าใจดีแถมให้ฟรีคับ

อาหารจานนี้เป็นเหมือนโรตีทอดกรอบบ้านเรา แต่รสชาติออกเปรี้ยวจากเนย น่าจะเป็นเนยท้องถิ่นของที่นี่ แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นจะรู้สึกว่ามันเปรี้ยวแปลกๆ รวมทั้งมีความคาวของนมอยู่ด้วย ต้องโรยน้ำตาลช่วยคับถึงจะทานได้ แต่ก็ยังดับความเปรี้ยวกับความคาวของเนยไม่ได้อยู่ดี

68

ตอนหลังผมมาอ่านเจอในหนังสือว่านี่คือขนมขึ้นชื่อของต้าลี่ ซึ่งรสชาติมันจะออกเปรี้ยวๆอย่างที่ผมบอกไว้เพราะทำจากเนยแบบพิเศษ เลยต้องทานคู่กับน้ำตาล

69

หลังจากอิ่มกันแล้วพวกผมก็เดินย่อยกลับโรงแรม แล้วก็เดินดูโรงแรมกันอีกนิดหน่อยก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน

70
ต้าลี่ยามค่ำ ตอนเดินกลับโรงแรม

วันแรกของการเดินทางมาจีนวันนี้ถือว่าพวกเราได้มาถึงประเทศจีนโดยแท้จริงๆ ได้เจออะไรหลายๆอย่างทั้งน่าประทับใจ และไม่น่าเก็บมานึกถึง แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์เดินทางที่ผมอยากมาพบเจอและอยากจะเรียนรู้อยู่แล้ว

หลายสิ่งที่เจอในวันแรกของทริปเป็นสิ่งแปลกใหม่ ทั้งสถานที่และผู้คน ซึ่งทำให้คืนนั้นแม้จะเหนื่อยกับการเดินทางแต่ผมก็หลับเข้านอนอย่างมีความสุขกับสิ่งที่พบเจอในวันแรกและเฝ้ารอประสบการณ์ใหม่ๆที่เราจะได้พบเจอในวันรุ่งขึ้นกับการเริ่มต้นท่องเที่ยวในเมืองต้าลี่ที่ผมจะเขียนมาเล่าให้คุณอ่านในจดหมายฉบับหน้านะครับ

kim22

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึง

Mgastronome

9.6.19

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s