ทริปสู่แดนสวรรค์ ต้าลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียง ประเทศจีน Part 8 : Day 6 คุนหมิง

ถึง…เธอ

จดหมายฉบับนี้จะเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายแล้วใน Series ทริปสู่แดนสวรรค์ ต้าลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียง ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นทริปที่มีรสชาติการเดินทางที่ครบรสมากที่สุดทริปหนึ่งในการเดินทางของผม

ในวันสุดท้ายของการเดินทาง ผมจะท่องเที่ยวในเมืองคุนหมิงซึ่งจริงๆแล้วเป็นเมืองแรกที่ผมเดินทางมาถึง แต่พวกผมเก็บไว้เที่ยวเป็นเมืองสุดท้ายเนื่องจากเราจะได้บินกลับเมืองไทยได้เลยในวันเดียวกัน

พวกผมขึ้นรถไฟจากลี่เจียงมาตั้งแต่เมื่อคืน ราวๆ ตี 5 ก็มาถึงคุนหมิงโดยสวัสดิภาพ และเป็นค่ำคืนที่ผมหลับสนิทมาก เพราะเมื่อวานพวกผมผจญทั้งลมและฝน รวมทั้งเรื่องตื่นเต้นมากมายดังที่ผมเขียนมาเล่าให้คุณอ่านแล้วในตอน ทริปสู่แดนสวรรค์ ต้าลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียง ประเทศจีน Part 6 : Day 5 ลี่เจียง #2

7

สิ่งหนึ่งที่ต้องเตือนสำหรับการโดยสารรถไฟในประเทศจีน (ตอนนี้ไม่แน่ใจว่ายังมีกฎนี้หรือไม่) นั่นคือก่อนออกจากสถานีรถไฟจะมีการตรวจตั๋วอีกครั้งจึงจะออกไปได้ ดังนั้นต้องเก็บตั๋วรถไฟติดตัวไว้จนกว่าจะออกจากสถานีนะครับ

8

9

หลังจากออกจากจุดตรวจตั๋วและสถานีรถไฟมาแล้ว พวกผมก็มองหาป้ายไปจุดรอแท็กซี่

10

จากสถานีรถไฟ พวกผมเรียกแท็กซี่ไปสนามบินกันก่อน เพื่อเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่เคาร์เตอร์ฝากกระเป๋าที่สนามบินเนื่องจากตอนหาข้อมูลไม่พบที่ฝากกระเป๋าในเมืองคุนหมิง ไหนๆพวกผมก็มาถึงเช้ามากอยู่แล้ว เลยคิดว่าเอากระเป๋าไปฝากให้เรียบร้อยที่สนามบินเลยดีกว่า

ค่ารถ Taxi จากสถานีรถไฟคุนหมิงไปสนามบินก็ไม่แพงเลยแค่ 10 หยวนเท่านั้น

หลังจากฝากกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว พวกผมก็เรียกแท็กซี่กลับไปที่ประตูม้าทองไก่หยกซึ่งเป็นเสมือนศูนย์กลางของเมืองคุนหมิง โดยใช้วิธีโชว์รูปให้คนขับแท็กซี่ดูค่าโดยสารประมาณแค่ 15 หยวน

ตอนที่พวกผมมาถึงประตูม้าทองไก่หยกนั้นก็ยังมืดอยู่ พวกผมเลยแวะไปทานมื้อเช้ากันก่อนที่แม็คโดนัลล์ซึ่งเปิด 24 ชั่วโมงและอยู่ใกล้กับประตูเมืองเลย

11

13

พอฟ้าใกล้สางพวกผมก็เดินออกไปยังประตูม้าทองไก่หยก

ประตูม้าทองไก่หยก

คุนหมิงเป็นเมืองหลวงของมณฑลยูนนาน มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,890 เมตร เป็นเมืองที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีจึงเป็นเมืองที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของดอกไม้พันธุ์ต่างๆ เมืองคุนหมิงจึงได้สมญานามว่า “นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ”

กลางเมืองคุนหมิงจะมีซุ้มประตูซึ่งตั้งอยู่บนถนนที่เก่าแก่ที่สุดของคุนหมิง มีชื่อเรียกว่า “ซุ้มประตูม้าทองไก่หยก” (จินหม่าและปี้จี) โดยซุ้มม้าทองไก่หยกมีอายุเกือบ 400 ปี สร้างขึ้นในราชวงศ์หมิง

14

ถนนบริเวณประตูม้าทองไก่หยกนี้ถือเป็นถนนค้าขายเก่าแก่ของเมืองคุนหมิง ปัจจุบันเป็นแหล่งเสื้อผ้ากระเป๋าแบรนด์เนมทั้งของจีนและต่างประเทศ เครื่องประดับและอัญมณี รวมทั้งร้านอาหารมากมาย

แต่พวกผมสนใจอาหารพื้นเมืองรอบบริเวณนี้มากกว่า

17

16
ปาท่องโก๋ใส่ในแป้งโรตี ราดด้วยซุปถั่ว

จากประตูม้าทองไก่หยก พวกผมเรียก Taxi  ไปเริ่มเที่ยวกันที่วัดหยวนทง (Yuantong Temple)

วัดหยวนทง (Yuantong Temple)

เป็นวัดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเมืองคุนหมิง  มีอายุมากกว่า 1,200 ปี โดยวัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาถึง 3 นิกาย มีลักษณะเป็นทั้งวัดจีน วัดไทย และวัดพม่า

วัดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่กวนอิมมาก่อน และถูกสร้างเป็นวัดขึ้นมาในราชวงศ์ถัง แต่วัดแห่งนี้ถูกทำลายลงในราชวงศ์หมิง แล้วก็ถูกบูรณะใหม่โดยอู๋ซานกุ้ย ในราชวงศ์ชิง

ไปถึงก็จ่ายค่าเข้าประตูคับ 6 หยวน

20

21

ทางเข้าจะมี “ปี่ซี่”  หรือลูกมังกรอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวา หากคุณอยากจะขอพร มีความเชื่อว่าให้ลูบที่จมูกและอธิษฐานครับ

24
ปี่ซี่ทั้งซ้ายและขวา

จากปี่ซี่จะเจอประตูเก่าแก่ของวัดแห่งนี้ที่มีการบูรณะใหม่ เป็นทางเข้าสู่วัดอย่างเป็นทางการ

22

วิหารแรกของวัดนี้จะเป็นวิหารของพระสังกัจจายน์ ซึ่งจะมีลักษณะต่างกับพระสังกัจจายน์ที่คุณเคยเห็น เพราะพระสังกัจจายน์ที่ผมและคุณคุ้นเคยจะมีความอ้วนท้วนสมบูรณ์บ่างบอกถึงความมั่งมี แต่พระสงกัจจายน์ที่วัดนี้จะมีรูปร่างปกติ เหมือนพระพุทธรูปทั่วไป

30

ด้านหน้าจะมีธูปเทียน ให้หยิบไหว้ขอพรตรงนี้ได้เลยครับ

ตรงกลางของวัดจะตำหนักกลางน้ำที่มีลักษณะศาลาทรงแปดเหลี่ยมตั้งอยู่ตรงกลางสระมรกต ด้านในจะเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมพันมือ ซึ่งคนนิยมมาขอพรเรื่องลูกและคู่ครอง

kim1

kim4

kim3

29

การตกแต่งของวัดนี้จะมีสิ่งมงคลที่เป็นความเชื่อของคนจีนอยู่หลายจุดเลย

kim6

kim7

kim8

kim9

kim10

หลังจากตำหนัก 8 เหลี่ยมจะเป็นตำหนักสุดท้ายซึ่งจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ คือองค์อดีต ปัจจุบันและอนาคต

33

kim11

kim12

kim14

kim15

kim16

อาคารส่วนสุดท้ายเป็นอาคารที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราช(จำลอง) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานและโปรดให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ ที่วัดแห่งนี้ด้วย เสียดายที่ผมเพิ่งมาทราบหลังจากกลับมาแล้วจึงไม่ได้ไปกราบนมัสการครับ

เสร็จจากวัดหยวนทง พวกผมก็เรียกแท็กซี่ไปกันต่อที่วัดตำหนักทองซึ่งใช้เวลาเดินทางมากกว่าที่คิดเพราะออกไปนอกเมืองค่อนข้างไกล และอยู่บนเขาดังนั้นจึงต้องใช้เวลาเดินชมพอสมควร ดังนั้นหากคุณมีแผนจะบินกลับวันเดียวกันเลยแบบพวกผม ก็คงต้องเผื่อเวลาดีๆครับ

วัดตำหนักทอง หรือตำหนักจินเตี้ยน

ตั้งอยู่บนภูเขาหมิงฟ่งซาน ด้านทิศตะวันออกจองตัวเมืองคุนหมิง ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงและได้รับการบูรณะโดยอู๋ซานกุ้ย ผู้ปกครองดินแดนแถบนี้ในสมัยราชวงศ์ชิง ตำหนักหลังนี้มีความสูง 6.7 เมตร กว้างและยาว 6. 2 เมตร สร้างขึ้นด้วยทองเหลืองทั้งหลัง น้ำหนักกว่า 250 ตัน เป็นสิ่งปลูกสร้างทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีกำแพงและป้อมล้อมรอบตำหนักเสมือนกำแพงที่ล้อมรอบเมือง มีกระบี่เจ็ดดาวน้ำหนัก 12 กิโลกรัม และดาบกายสิทธ์น้ำหนัก 20 กิโลกรัมถูกเก็บรักษาไว้ในศาลา เชื่อว่าทั้งสองเป็นอาวุธประจำกายของอู๋ซานกุ้ย

38

เมื่อจ่ายค่าบัตรตรงทางเข้าแล้ว ทางวัดมีบริการรถขึ้นไปชมวัดให้ด้วยโดยจะแวะตามจุดต่างๆ  ซึ่งก็เสียเวลาพอสมควร พวกผมเลยใช้วิธีนั่งรถขึ้นตรงดิ่งไปที่จุดสูงสุดของวัดเลย แล้วค่อยๆ เดินลงมา

39

40

kim17
วิวระหว่างทาง

จากจุดบนสุดของทางวัดจะสามารถชมวิวเมืองคุนหมิงได้ด้วย ซึ่งจะมีหอระฆังอยู่ด้านบนที่สามารถขึ้นไปชมได้ครับ

kim18

kim19

46

แต่บริเวณที่นักท่องเที่ยวไปรวมตัวกันมากที่สุดคือบริเวณรูปปั้นสัตว์ต่างๆ ที่มีอยู่หลายตัวในบริเวณนี้

สาเหตุที่นักท่องเที่ยวมารวมตัวกันที่บริเวณนี้ ก็เพราะมีความเชื่อว่าถ้าเอามือไปลูบรูปปั้นสัตว์ในบริเวณนี้แล้วจะได้คุณสมบัติเด่นของสัตว์เหล่านั้นมาด้วย

48

49

รูปปั้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือรูปปั้นสัตว์4 ตัว ที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด หากรูปสัวต์ตัวไหนจะมีโชคทางด้านนั้นด้วย เช่นหากินเก่งเหมือนหมูป่า ฉลาดเหมือนงู น่าเกรงขามเหมือนเสือ แต่เหมือนส่วนที่มีการลูบมากที่สุดจนทำให้จมูกขึ้นเงาแวววับเลย

50
รูปปั้น 4 สัตว์

จากนั้นพวกผมก็เดินชิวๆไปเรื่อยๆเพื่อไปตำหนักทอง ระหว่างก็มีทั้งความร่มรื่นและอะไรให้ชมไปตลอดทางเลย รวมทั้งมีสิ่งศักดิ์ให้สักการะด้วย

51

52

53

54

55

 

วัดทอง (Golden Temple) เป็นวังของ ไท่เหอ เจ้าลัทธิเต๋า ซึ่งเป็นวัดทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในจีน สร้างในสมัยราชวงศ์หมิงในปี 1602 ในช่วงนั้นข้าหลวงผู้ซึ่งเคร่งครัดในลัทธิเต๋า ได้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าจื่อซื่อ ตามตำนาน ว่า จื่อซื่อมีตำหนักทองอยู่ทางปลายสุดทางด้านเหนือของจักรวาล

kim20

59

หลังจากได้รับความเสียหายเพราะสงคราม ในปี 1890 จักรพรรดิ กวางซู่ได้สั่งให้ ซ่อมแซม โดยใช้ ก้อนทองสำริดถึง 250 ตัน ในการบูรณะวัดทั้งหลัง ยกเว้นในส่วนของขั้นบันได และราวระเบียง ซึ่งสร้างด้วยหินอ่อน กำแพง เสา คาน หลังคา กระเบื้อง แท่นบูชา พระพุทธรูป กำแพงรอบๆภายในวัดตกแต่งด้วยทองแดงดูแวววาวดั่งทอง คนจึงเรียกว่า วัดทอง หรือตำหนักทองนั่นเอง

60

kim21

kim22

kim23

kim24

kim25

สักการะกันเสร็จก็รีบออกมาเพื่อมาเรียกแท็กซี่เพื่อกลับไปสนามบินคับ เพราะตอนนั้นพวกผมเสียเวลาไปมากแล้ว

ปรากฎว่าไม่มีแท็กซี่มาเลยคับ มีแต่รถเมล์ที่จอดเหมือนเป็นต้นสายอยู่ที่ด้านล่าง

โชคดีนะคับวันนั้นมีคนเรียกแท็กซี่เข้ามาที่วัดพอดี เราเลยได้ใช้บริการต่อ เพราะฉะนั้นใครมาที่นี่ถ้าไม่เหมารถ ควรเผื่อเวลาให้ดีนะครับ

จริงๆ คุนหมิงมีแหล่งช็อปปิ้งเยอะมาก  แต่พวกผมกลัวจะตกเครื่องกัน และทุกคนในทริปก็ไม่มีใครบ้าช้อปก็เลยตัดสินใจตรงไปสนามบินเลยดีกว่า รวมทั้งตัดสินใจไปทานมื้อเที่ยงกันที่สนามบินด้วย

64

68

69

ทริปตามหาแดนสวรรค์ในครั้งนี้ให้ประสบการณ์มากมายกับพวกผม เป็นการเดินทางที่โหด มัน ฮาที่ต้องเก็บไว้ในความทรงจำ เป็นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีนที่ยังมีความดิบอยู่มาก ทุกอย่างไม่ได้พัฒนาจนมีความทันสมัยและสะดวกอย่างทุกวันนี้เลย ถึงแม้จะเจอความลำบากบ้าง (โดยเฉพาะเรื่องห้องน้ำ) แต่ประสบการณ์ในครั้งนี้ให้อะไรกับพวกผมมากมายจริงๆ ทั้งเรื่องความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวและผู้คนซึ่งผมโชคดีผมได้พบกับผู้คนที่ดีมีน้ำใจตลอดทางเลย

123

kim66

kim57

ถ้าถามว่าพวกผมได้เจอกับดินแดนสวรรค์สมตามที่เราคาดหวังหรือไม่ ผมขอตอบว่าพวกผมเจอดินแดนแห่งนั้นตลอดทางด้วย แต่มันไม่ได้เป็นแดนสวรรค์ที่เป็นพื้นที่หรือมีตัวตนเป็นหลักแหล่ง แต่มันคือแดนสวรรค์ที่เกิดขึ้นในใจของพวกเรา เป็นความสุข สนุกสนาน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่พวกเรามีไปตลอดทาง เหมือนดังคำกล่าวในพุทธศาสนาที่ว่า..สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ

kim69

kim19

kim7

211

ผมหวังว่าวันหนึ่งคุณคงมีโอกาสไปค้นพบแดนสวรรค์เหล่านี้ด้วยตัวเองที่คุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง และแชงกรีล่าบ้าง

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึง

Mgastronome

29.7.19

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s