เที่ยว Kamakura / Enoshima และ Hakone 3 วัน 2 คืนด้วย Hakone Kamakura Pass Part 3 : Day 1 Kamakura / Enoshima

ถึง…เธอ

หลังจากจดหมายฉบับที่แล้ว ผมได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับ เที่ยว Kamakura / Enoshima และ Hakone 3 วัน 2 คืนด้วย Hakone Kamakura Pass Part 2 : Hakone Kamakura Pass กับคุณด้วยข้อมูลพอสมควร จดหมายฉบับนี้ก็ได้ฤกษ์ที่ผมจะนำคุณเที่ยวผ่านตัวอักษรไปกับผมในทริปแบบ 3 วัน 2 คืน ณ คามาคูระ เอโนะชิมะ และ ฮาโกเน่

จริงๆแล้วทริปนี้ผมเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งหมด 5 วัน โดยเดินทางในช่วงปลายมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกซากุระกำลังเริ่มบาน

ช่วงที่ผมเดินทางไปถึงกรุงโตเกียวนั้นคือวันที่ 20 มีนาคมซึ่งดอกซากุระยังบานไม่เต็มที่ ดังนั้นถ้าคุณจะเดินทางไปแถบคันโตหรือกรุงโตเกียวเพื่อไปชมซากุระควรจะเดินทางช่วงสัปดาห์สุดท้ายของมีนาคมถึงต้นเมษายน หรือถ้าให้มั่นใจควรจะเช็คพยากรณ์การบานของดอกซากุระซึ่งจะออกมาทุกปีก่อนออกเดินทาง

เหตุผลสำคัญที่คุณควรจะรู้ว่าพยากรณ์การบานของดอกซากุระล่วงหน้าก่อนเดินทางนั้นเพราะว่าการบานของดอกซากุระนั้นจะไม่ตรงกันทุกปีขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศของปีนั้นๆ  และที่สำคัญดอกซากุระจะบานเต็มที่เพียงแค่ 7-10 วันเท่านั้นหลังจากนั้นก็จะเริ่มร่วง ดังนั้นการรู้ช่วงเวลาที่เหมาะเจาะที่ดอกซากุระจะบานจึงมีความสำคัญมาก

1.1
ดอกซากุระ

นอกจากนั้น มีอีกข้อมูลในทริปนี้ที่ผมอยากจะแจ้งให้คุณทราบล่วงหน้านั้นคือทริปนี้เป็นทริปชวนป๋วยปีแป่กอ หรือทริปลูกกตัญญู 555  เพราะว่าทริปนี้เป็นทริปที่ผมพาคุณแม่ไปเที่ยว ดังนั้นโปรแกรมการเที่ยวหรือการเดินทางต่างๆ อาจจะมีความพิเศษตรงที่ผมจะคำนึงถึงความสะดวกของการเดินทางของผู้สูงอายุเป็นพิเศษ

และด้วยเหตุผลที่ผมแจ้งคุณไว้ในจดหมายฉบับที่แล้วว่าเหตุที่ผมแยกทริป 3 วัน 2 คืน ณ คามาคูระ เอโนะชิมะ และ ฮาโกเน่ ออกมาต่างหากก็เพราะบริษัท Odakyu ได้เพิ่งออก Hakone Kamakura Passออกมาดังนั้นเผื่อคุณมีแผนอยากเดินทางท่องเที่ยวรอบๆโตเกียวแต่ยังไม่รู้จะไปที่ไหนดี โปรแกรมนี้ก็อาจจะเป็นโปรแกรมทางเลือกที่น่าสนใจ

47
Hakone Kamakura Pass

ในการเดินทางของโปรแกรมนี้คุณสามารถเริ่มจากฮาโกเน่ก่อน หรือคามาคุระก่อนก็ได้ แต่คามาคูระและเอโนะชิมะ สามารถเดินทางในวันเดียวกันได้ซึ่งในกรณีของผม ผมเริ่มต้นเดินทางไป คามาคูระ เอโนะชิมะก่อน แล้วกลับมาค้างที่โตเกียว 1 ก่อน จากนั้นจึงเดินทางไปฮาโกเน่ในวันรุ่งขึ้น และไปค้างคืนแช่น้ำแร่ที่ฮาโกเน่ 1คืน

สำหรับโรงแรมที่ผมพักในโตเกียว ผมเคยเขียนมาเล่าให้คุณอ่านแล้วในตอน โรงแรม Centurion Hotel & Spa Ueno Station , Tokyo , Japan ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผมอยากจะแนะนำมากๆ เหตุผลสำคัญๆมี 4 ข้อ

  • ทำเลดีมากอยู่ใจกลางย่านอุเอโนะ
  • การเดินทางจากสนามบินมาสะดวก
  • ที่พักและอาหารเช้าดี
  • สุดท้ายเป็นความชอบส่วนตัวของผมเองคือมีออนเซนให้คุณไปนอนแช่ได้หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการท่องเที่ยวมาตลอดทั้งวันแล้ว และออนเซนแห่งนี้เปิดเกือบ 24 ชั่วโมง จะปิดทำความสะอาดแค่ช่วง 00 – 12.00เท่านั้น
43
ออนเซนฟรีในโรงแรม สุดยอดมากๆ

ในวันเดินทางผมแนะนำให้คุณออกกันเช้าหน่อยเพราะในโปรแกรมคุณต้องไปสถานที่สำคัญถึง 2 สถานที่คือคามาคุระและเอโนะชิมะ

ไม่ว่าคุณจะพักแถวไหน ให้คุณมาตั้งต้นที่สถานีชินจูทางออก West Exit

พอคุณออกมาด้านนอกก็จะเจอทางเข้าสถานีของขบวนรถไฟ Odakyu ถ้าหากคุณไม่มี Pass ก็สามารถซื้อตั๋วจากจุดขายตั๋วด้านหน้าได้ หรือไม่ก็สามารถซื้อ Kamakura Enoshima Pass จากตู้จำหน่ายตั๋วตรงนี้ได้เช่นกัน โดย Pass ตัวนี้จะมีอายุ 1 วัน ในราคา 1,470เยน และสามารถใช้ตั๋วที่ได้มานี้ผ่านช่องสอดตั๋วได้เลย

26

 

แต่ถ้าคุณถือ Hakone Kamakura Pass ต้องนำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ในช่องพิเศษโดยต้องแนบPassport เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจเช็คด้วยเพราะชื่อในบัตรต้องตรงกับ Passport  เพราะฉะนั้นต้องขอย้ำว่าต้องพก Passport ไปด้วยทุกครั้งนะครับ

กรณีที่เราใช้ Pass ตัวนี้เราจะต้องใช้วิธีเข้าและออกกับช่องทางพิเศษตรงCounter เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟเสมอเพราะ Pass ใหญ่มาก จึงไม่สามารถผ่านระบบสอดตั๋วอัตโนมัติได้

7

จากสถานีชินจูกุให้คุณนั่งรถไฟสาย Odakyu ไปลงยังสถานี Fujisawa เพื่อเปลี่ยนรถไฟไปยังคามาคูระ

เมื่อเข้าไปแล้วให้มองหาขบวนรถไฟโดยมีจุดหมายที่สถานี Fujiwaraซึ่งจะอยู่ด้านขวา แต่ก่อนจะขึ้นให้ลองดูประเภทของรถไฟก่อนนะครับ เพราะมีรถไฟหลายขบวนที่ไป Fujiwara เหมือนกันแต่ใช้เวลาต่างกัน โดยรถของ Odakyuจะแบ่งเป็น 4 ระดับคือ

– Romance Car รถด่วนพิเศษที่จะวิ่งตรงไปสถานีปลายทาง

– Limited Express จะจอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆ

– Rapid Express จะจอดเฉพาะสถานีที่มีการเชื่อมต่อกับรถไฟสายสำคัญสายอื่น ๆ

– Localคือรถหวานเย็นที่จะจอดทุกสถานี

เพราะฉะนั้นคุณสามารถเลือกได้ว่าจะขึ้นขบวนไหน เพราะบางครั้งรถบางขบวนอาจจะออกทีหลัง แต่อาจจะไปถึงก่อนก็ได้

8
สามารถดูประเภทรถ เวลาและชานชาลาจากป้ายอัตโนมัติได้

9

เมื่อคุณนั่งรถไฟถึงสถานี Fujisawa ให้คุณเดินไปและผ่านจุดตรวจตั๋วขาออก จะเห็นว่างทางซ้ายจะมีบันไดขึ้นไปสถานี JR บนชั้น 2 ให้ขึ้นบันไดนั้นไปเลยครับ

1
ลงสถานี Fujisawa
3
เดินมาทางออก
5
เลี้ยวซ้ายขึ้นบันไดไปสถานี JR

เมื่อขึ้นไปแล้วจะเห็นทางเข้าสถานี JR ด้านหน้า ให้คุณเดินเลี้ยวไปฝั่งตรงกันข้ามกับทางเข้าสถานี JR จะมีทางเดินยาวไปจนเจอรั้ว ให้คุณเลี้ยวขวาไปตามป้าย Enoden Line

6
เจอทางไปสถานี JR ให้เดินไปฝั่งตรงกันข้าม

7

8
เจอทางแยก ให้เลี้ยวขวาตามป้ายสีเขียว

เมื่อเลี้ยวขวามาแล้วจะเจอทางเดินเหมือนสะพานลอย สังเกตว่าเสาตรงกลางจะมีป้านสีเขียวชี้ไป Enoden Line ให้เดินไปเรื่อยๆ

9

เดินไปจนสุดทางจะเจอทางเข้า Odakyu Gate กับ Enoden Line ขอให้คุณเดินทางไปทางป้าย Enoden Line (สีเขียว) จะเป็นทางเบี่ยงไปด้านขวา

10

11

ถ้าคุณเดินทางถูกต้องจะต้องเจอทางเข้า Enoden Line ซึ่งถ้าคุณมี Pass อยู่แล้วก็ยื่น Pass ให้เจ้าหน้าที่เลยครับ แต่ถ้าไม่มี Pass ก็ต้องซื้อตั๋วตรงจุดนี้ก่อนเข้าไป

12

เมื่อเข้าไปแล้วคุณจะเจอกับจุดรอขึ้นรถ ซึ่งถ้าคุณไปเจอจังหวะดีๆแบบผมที่ยังไม่มีใครยืนรอคิว  ผมแนะนำให้คุณไปยืนรอที่แถวแรกสุดเลยครับ เพราะตู้รถไฟตู้แรกจะมีเก้าอี้ให้นั่งประมาณ 2 แถว ดังนั้นถ้าคุณมีผู้สูงอายุไปด้วยก็จะมีที่นั่งให้ และที่นั่งตรงนี้จะเป็นที่นั่งแบบหันหน้าตรง ให้ได้หันเข้าหากันเหมือนในขบวนรถไฟปกติ ทำให้คุณสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ทั้งด้านหน้า ด้านข้างได้ชัดเจน

13

เมื่อมีรถไฟมาแล้วก็ขึ้นไปนั่งได้เลย จะเห็นว่าตรงที่นั่งตรงนี้จะใกล้ชิดกับพนักงานขับรถไฟแบบสุดๆ

15

16

17

18

สายรถไฟ Enoden สายนี้จะมีความพิเศษตรงที่เป็นสายรถไฟที่ใกล้ชิดกับบ้านเรือนประชาชนกับชุมชนที่วิ่งผ่านที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

ระหว่างนั่งรถไฟบางจุดคุณจะเห็นว่ารถไฟแทบจะเบียดกับรั้วบ้านเลยทีเดียว

19
แทบจะเบียดกับผนังบ้านเลยทีเดียว

แถมเวลาผ่านย่านชุมชนจะเห็นผู้คนเดินช็อปปิ้งขนานไปกับรถไฟ รวมทั้งรถที่วิ่งไปมาก็ชิดกับขบวนรถมากๆ เรียกว่าห่างกันไม่กี่เซนติเมตรแค่นั้น

เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของรถไฟขบวนนี้ที่หาชมจากที่อื่นไม่ได้

20
ใกล้ชิดกันยังกะขับรถยนต์ผ่าน
21
จะเห็นรางรถไฟกับรถยนต์วิ่งชิดกันมากทีเดียว

การนั่งรถไฟขบวนนี้ไปคามาคูระจะผ่านเอโนะชิมะก่อนนะครับ แต่ผมตัดสินใจไปปลายทางที่คามาคูระก่อน แล้วค่อยกลับมาเที่ยวเอโนะชิมะตอนท้ายเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินที่นี่

22
จะผ่านสถานี Enoshima ก่อน เห็น Sea Candle บนเกาะได้ไกลๆ

การจะไปชมพระใหญ่ไดบุทสึที่คามาคุระ คุณจะต้องไปลงที่สถานี Hase

23

เมื่อออกจากสถานีแล้วให้เลี้ยวขวา แล้วเดินไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็มีโน่นั่นนี่ให้ดูมากมาย

24

25

เดินไประยะหนึ่งผมก็ถึงทางเข้าวัด Kotoku-in ซึ่งเมื่อเข้าไปในวัดแล้วจะเจอกับจุดซื้อตั๋วในราคา 200 เยน

26
เดินตรงไปทางเข้าวัด
27
ทางเข้าวัด
28
จุดจำหน่ายบัตร

30

วัด Kotoku-in

วัด Kotoku-in เป็นวัดที่มีหลวงพ่อโตที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ถือเป็นอีกสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น

องค์พระโต หรือพระอมิตาพุทธ นิโอยุราอิ (Amida Nyoyurai) สร้างด้วยโลหะสำริดสีดำทั้งองค์ มีอายุเกือบ 800 ปี แต่ปัจจุบันคุณจะเห็นตัวองค์พระมีสีเขียวทั้งองค์เพราะการทำปฏิกิริยาระหว่างสำริดกับลมทะเลที่มีความเค็มทำให้เกิดสนิมสีเขียวขึ้นทั้งองค์พระกลายเป็นความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของพระโตที่นี่

35

32

เมื่อแรกสร้างวัด องค์พระโตถูกสร้างให้อยู่ในวิหารหลักขนาดใหญ่ แต่เพราะเมืองคามาคูระต้องเจอภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งสึนามิและแผ่นดินไหวหลายครั้งทำให้ตัววิหารหลักพังเสียหายแต่ว่าองค์พระโตกลับไม่เป็นอะไรเลย ที่สำคัญหลังจากที่องค์พระอยู่กลางแจ้งโดยไม่มีวิหารครอบ เมืองคามาคูระกลับไม่เคยเกิดภัยพิบัติใด ๆ อีกเลย เป็นความมหัสจรรย์ที่หาคำอธิบายไม่ได้ครับ

34

องค์พระโตมีชื่อเสียงในเรื่องการให้โชคด้านการมีลูก ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมมาขอลูกที่นี่ และเมื่อได้สมใจแล้วก็จะพาลูก ๆ มากราบหลวงพ่อโตอีกครั้ง

ด้านในองค์พระโต สามารถเข้าไปชมได้ด้วยนะครับ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 20 เยน

37

นอกจากองค์พระโตแล้ว สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยยังมีกลุ่มต้นสน ที่บางคนเรียกกันว่า “กลุ่มสนจักรี” เนื่องจากมีพระมหากษัตริย์ของราชวงศ์จักรีของไทยได้เสด็จมาทรงปลูกต้นสนเหล่านี้ไว้ถึง 3 พระองค์ ดังนี้

– ต้นแรก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกในปี ค.ศ. 1902

– ต้นที่สอง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ทรงปลูกในปี ค.ศ. 1931

– ต้นที่สาม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จมาทรงปลูกไว้เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมารในปี ค.ศ. 1987

38

39

ตอนที่ผมไปวัดแห่งนี้ เริ่มมีดอกซากุระบานบ้างแล้ว ถ้าไปช่วงที่บานเต็มที่คงจะสวยมากๆ

33

31

จริงๆแล้วนอกจากจากวัด Kotoku-in ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในเมืองคามาคุระอีก แต่เนื่องจากอย่างได้บอกกับคุณตั้งแต่ต้นครับว่าทริปนี้เป็นทริปผู้สูงอายุจึงไม่เหมาะกับการเดินเยอะ ผมจึงไม่ได้ไปอีกหลายสถานที่

ถ้าคุณสนใจจะท่องเที่ยวในสถานที่อื่นๆแถบนี้ก็จะมี…

วัด Hase Dera

เป็นวัดที่อยู่ไม่ไกลจากวัด Kotoku-in โดยสามารถเดินไปได้เป็นวัดที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิม11 เศียร แกะสลักด้วยไม้ขนาดสูงประมาณ 9 เมตร โดยต้องขึ้นบันไดไปบนภูเขาหลายขั้นพอสมควร (เป็นเหตุผลที่ผมไม่ได้พาคุณแม่ไป)  นอกจากองค์เจ้าแม่กวนอิมแล้ว วัดแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องสวนญี่ปุ่นที่สวยงามมากๆด้วย

hasedara
Cr Japan-Guide.com
hase2
Cr Japan-Guide.com

ศาลเจ้าทสุรุกะโอกะ ฮะจิมังงู (Tsurugaoka Hachimangu)

คุณสามารถแวะเที่ยววัดและศาลเจ้าต่างๆ ก่อนจะมาที่สถานี Hase เพื่อไปชมองค์พระโตได้โดยการเดินทางมาลงที่สถานี Kamakura ก่อนที่จะไปสถานีHase

เมื่อมาถึงสถานีKamakura ให้เดินออกมาด้านนอก เข้าสู่ถนนคนเดินที่มีเสาโทริอิแดง เป็นสัญลักษณ์และเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าไปสู่ศาลเจ้าที่ศาลเจ้าทสุรุกะโอกะ ฮะจิมังงู (Tsurugaoka Hachimangu)

kamakura1
Cr https://www.city.kamakura.kanagawa.jp

ศาลเจ้าทสุรุกะโอกะ ฮะจิมังงู เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีความสำคัญมากที่สุดของเมือง Kamakura  อดีตเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น สร้างขึ้นโดย Minamoto Yoriyoshi เมื่อปีค.ศ. 1063ต่อมาได้มีการสร้างขึ้นใหม่ให้ใหญ่โตขึ้น และย้ายมายังสถานที่ปัจจุบัน โดยท่านโชกุนคนแรกของคะมะคุระที่ชื่อ Minamoto Yoritomo เมื่อปีค.ศ. 1180เพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าประจำตระกูลมินะโมะโตะ มีชื่อเรียกว่า ฮะจิมัง (Hajiman)

ศาลเจ้าทสุรุกะโอกะ ฮะจิมังงู ไม่เสียค่าเข้าชม / เปิดเวลา 6.00-21.00 น. (เข้าได้ก่อนประตูปิด 30 นาที)

tsu1
Cr. Japan-Guide.com

วัดเอ็นคะคุจิ (Enkakuji)

จาก Kamakura ให้ขึ้นรถไฟมาลงที่สถานีKita-Kamakura โดยสถานีนี้ มีวัดและศาลเจ้าสวยๆอยู่มากมายหลายแห่ง โดยวัดเอ็นคะคุจิ (Enkakuji) เป็นวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเที่ยว

วัดเอ็นคะคุจิ เป็นวัดนิกายเซ็นที่มีความสำคัญมากอีกแห่งหนึ่งในบรรดาวัดนิกายเซ็นที่ยิ่งใหญ่ทั้ง5แห่งของคะมะคุระ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1282โดย Hojo Tokimune ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขาโดยจะมี ประตูซันมง (Sanmon) ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า ที่สร้างขึ้นในภายหลังเมื่อปีค.ศ.1783

เมื่อเดินผ่านประตูซันมง จะพบกับวิหารหลัก บุทสึเด็น (Butsuden) เป็นที่ประดิษฐานของ Shaka Buddha พระพุทธรูปโปราณที่แกะสลักจากไม้

ค่าเข้าชมวัด 300เยน / เวลาทำการ 8.30-16.00น.

kamakura2
Japan-Guide.com

ทั้งหมดข้างต้นคือสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคาราคุระเพิ่มเติมหากคุณสนใจจะเดินทางไปชมก็ต้องเพื่อเวลาไว้ด้วยครับเพราะถ้าไปสถานที่ทั้งหมดนี้และจะไปเที่ยวที่เกาะเอโนชิมะด้วยอาจจะไม่ทันใน 1 วัน

สำหรับผมหลักจากชมองค์พระใหญ่แล้วก็ได้เวลาใกล้เที่ยงพอดี ผมจึงตัดสินใจทานมื้อเที่ยงกันที่ร้านอาหารระหว่างเดินกลับไปสถานี Hase เลย

โดยร้านอาหารที่ผมเลือกนั้นเป็นร้านอาหารจีน….ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิดหรอก ร้านอาหารจีน เพราะแม่ของผมเป็นคนที่ไม่ชอบอาหารญี่ปุ่นเอาเสียเลย ดังนั้นการมาญี่ปุ่นครั้งนี้ของผมจึงได้ทานอาหารนานาชาติที่หลากหลายมาก ทั้งจีน อินเดีย เกาหลี แต่ยกเว้นอาหารญี่ปุ่น 5555

ที่จริงแล้ว หากใครเป็นคนที่ทานยากและไม่ชอบอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารที่ผมไปทานร้านนี้ถือว่าไม่เลวเลยครับทั้งรสชาติและความคุ้มค่า

40

41

โดยร้านนี้จะมีอาหารทั้งแบบสั่งแยกและแบบเซต ซึ่งผมอยากแนะนำให้สั่งมาเป็นเซตยิ่งมากันหลายคน ยิ่งมีอาหารที่หลากหลายและเอามาทานร่วมกันได้ เพราะทุกคนจะมีข้าวและซุปเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

42

43

ในวันนั้นอาหารเซตที่ผมสั่งจะมีผัดเปรี้ยวหวาน ผัดหน่อไม้ ผัดลูกชิ้นน้ำมันหอย ซึ่งขอบอกเลยครับว่าอร่อยทุกอย่าง ยิ่งได้ไข่เจียวมาทานคู่กันด้วยแล้วยิ่งอร่อย

44

45

46

หลังจากตามพลังกันจนอิ่มแล้วพวกผมก็เดินทางกันต่อ โดยเดินกลับไปที่สถานี Hase แล้วยื่นบัตรเบ่ง Hakone Kamakura Pass ให้เจ้าหน้าที่เหมือนเดิม จากนั้นก็เดินข้ามไปรอที่ชานชาลาฝั่งตรงข้ามกับตอนขามา

1

2

4

 

52

เมื่อมีรถมาก็ขึ้นไปเลยครับ รถก็จะวิ่งกลับไปทางสถานี Enoshima ที่ผ่านมาแล้วโดยใช้เวลาไม่นานครับเพราะห่างกันไม่กี่สถานีเท่านั้น

49
วิวทะเลใกล้สถานี Enoshima

50

หลังจากมาถึงสถานี Enoshima ก็เช่นเดิมครับ สำหรับคนที่มี Pass ต้องไปออกทางออกที่ติดกับป้อมของเจ้าหน้าที่เพราะบัตร Pass ไม่สามารถผ่านเครื่องสอดบัตรได้

7

หลังจากออกจากสถานีมาแล้ว อย่าลืมมาถ่ายรูปลูกนกน่ารักๆ บนราวกั้นหน้าสถานีนะครับ นกพวกนี้จะมีการแต่งตัวเปลี่ยนไปตามฤดูกาลด้วย ญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นญี่ปุ่น คือมีความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเสมอ

8

หลังจากออกมาจากสถานีแล้วให้เลี้ยวซ้ายเดินขึ้นไปตามถนนเลยครับ โดยถนนสายนี้จะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และร้าน shopping ไปตลอดทางเลย ใครอยากแวะตรงไหนก็แวะได้เลยครับ แต่ผมแนะนำว่าอย่าเพิ่งแวะเพราะร้านรวงบนเกาะนั้นน่าสนใจกว่ามากครับ

9

ถ้าคุณเดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับทางลงอุโมงค์ลอดใต้สะพาน ให้เดินลงไปในอุโมงค์นี้เลยครับ แป๊บเดียวก็จะมาโผล่ตรงสะพานเพื่อข้ามไปยังเกาะ โดยจะมีรูปปั้นมังกรคู่ เนื่องจากเกาะ Enoshima จะมีตำนานเกี่ยวกับมังกร และความรักจึงมีสัญลักษณ์มังกรและความรักเต็มเกาะไปหมด

10

11

12

ที่เกาะแห่งนี้จะมีถ้ำIwate ซึ่งเป็นถ้ำที่มีเรื่องเล่าปรำปราเกี่ยวกับมังกรซึ่งเดิมทีเป็นมังกรที่ดุร้าย ชอบออกมาอาละวาดสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านบนเกาะนี้ จนเทพธิดาบนสวรรค์ต้องออกมาปราบ แต่ด้วยความที่เทพธิดานั้นมีความงดงามเป็นที่ยิ่ง เจ้ามังกรร้ายก็รู้สึกหลงรักเทพธิดาองค์นี้อย่างหมดใจ องค์เทพธิดารับรู้ถึงความรักที่มังกรมีให้จึงได้บอกมังกรว่าถ้ากลับตัวกลับใจ เป็นมังกรที่ดีก็อาจจะรับรักได้ ได้ฟังดังนั้นมังกรร้ายก็กลับตัวกลับใจกลายเป็นมังกรที่คอยช่วยปกป้องคุ้มครอบเกาะแห่งนี้ให้มีแต่ความสงบสุข

ด้วยเหตุนี้เองเกาะแห่งนี้จึงมีชื่อเสียงเรื่องการให้พรด้านความรัก จึงมีนักท่องเที่ยวทั้งโสดทั้งมีคู่เดินทางมาขอพรกันจำนวนมาก

13

จากรูปปั้นมังกร ผมเดินข้ามสะพานไปโดยใช้เวลาไม่นานนัก ระหว่าทางก็ได้ชมความสวยงามของท้องทะเลไปด้วย สักพักพวกผมก็ข้ามมาถึงตัวเกาะ ซึ่งสิ่งแรกที่เห็นคือเกาะนี้มีนกเหยี่ยวบินวนอยู่เป็นจำนวนมาก

14

15

17

18

บริเวณนี้จะมีทั้งร้านอาหารมากมายให้บริการ แต่เนื่องจากพวกผมอิ่มท้องกันมาแล้วจึงเดินต่อขึ้นไปบนเกาะโดยต้องลอดผ่านเสาโทริอิสีเขียวเข้าไป

16

19

ระหว่างทางขึ้น2 ข้างทางจะมีร้านค้า ร้านอาหารมีอะไรให้ดูเต็มไปหมด ประกอบกับวันที่ผมไปมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะนี้เป็นจำนวนมาก (ทั้งๆที่เป็นวันธรรมดา) ก็เลยต้องเดินกันแบบเบียดเสียดกันหน่อย

20

21

สำหรับใครที่เป็นแฟน Kitty ระหว่างทางจะมีร้านอาหารและของที่ระลึกเกี่ยวกับ Kitty โดยเฉพาะก็ลองไปทานกันได้นะครับ

22

23

มาเดินมาจนสุดทางก็จะเจอเสาโทริเอะสีแดงและบันไดทางขึ้นไปศาลเจ้า ซึ่งหากใครไม่สะดวกเดินขึ้น ทางด้านซ้ายมือจะมีบันไดเลื่อนให้บริการโดยแบ่งเป็น 3 ช่วง

24

26

25
จุดขายตั๋วขึ้นบันไดเลื่อน

ถ้าคุณจะใช้บริการบันไดเลื่อนอย่างเดียวก็ต้องจ่าย 320 เยน แต่ถ้าต้องการเข้าสวนและประภาคารด้วยก็เหมาได้ในราคา 750 เยน

27

28

แต่ผมต้องเตือนและแจ้งให้ทราบก่อนนะครับว่าบันไดเลื่อนนี้จะมีแค่ตอนขาขึ้นเท่านั้น ขาลงไม่มี ดังนั้นก็ต้องเดินลงมาเอง เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะพาผู้สูงอายุขึ้นไปเพราะเห็นว่ามีบันไดเลื่อนก็ต้องคำนึงถึงตอนลงมาด้วยนะครับ เพราะต้องใช้การเดินล้วนๆ และเป็นบันไดทั้งหมดด้วย

29

30

31

เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนในช่วงแรกจะนำคุณมายังศาลเจ้าEnoshima ซึ่งเป็นศาลเจ้าหลักของเกาะแห่งนี้

32

33

บริเวณศาลเจ้าจะวงล้อที่ทำจากฟางข้าวซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกว่า Jinowa (จิโนะวะ) โดยเชื่อกันว่าถ้าลอดบ่วงนี้แล้วก็จะเป็นการล้างบาปทั้งปวงที่ทำไว้ และเมื่อล้างบาปแล้วจึงจะเข้าไปสักการะในศาลเจ้าได้

34

หลังจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าแล้ว ด้านซ้ายของศาลเจ้า Enoshima ก็จะมีหอเทพเจ้าทรงพิณประดิษฐานอยู่ แต่ถ้าคุณต้องการเข้าไปชมด้านในก็ต้องเสียเงินนะครับ

จากศาลเจ้า พวกผมก็เดินไปฝั่งตรงกันข้ามซึ่งเป็นทางลาดลงไปและจะผ่านต้นแปะก๊วยคู่รักที่ตอนนี้ทางศาลเจ้าได้ตัดยอดของทั้งสองต้นออกไป (ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมต้องตัด) โดยปกติต้นแปะก๊วยนี้จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่นิยมมาขอพรเรื่องความรักกัน

35

เมื่อผ่านต้นแปะก๊วยมาแล้ว ผมก็เดินวนมาทางขวาก็จะเจอกับสวนดอกไม้เล็กๆ พอหุถ่ายรูปได้นิดหน่อย

36

37

38

เลยสวนดอกไม้นี่ไป ถ้าเดินต่อไปด้านในก็จะเจอกับจุดชมวิวที่สามารถลงชมวิวของเกาะนี้ได้อย่างสวยงามทีเดียว โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ

39

บริเวณตรงข้ามสวนดอกไม้ จะมีทางขึ้นบันไดเลื่อนช่วงที่ 2ซึ่งถ้าซื้อบัตรไว้แล้วก็โชว์บัตรใบเดิมได้เลยครับ

40

บันไดเลื่อนช่วงที่สองจะนำมาที่จุดท่องเที่ยวอีกจุดที่มีศาลเจ้าอีกแห่ง แต่ทางผมตัดสินใจขึ้นบันไดเลื่อนช่วงที่ 3 ต่อเลย เนื่องจากต้องการไปใช้เวลากับประภาคาร Sea Candle ซึ่งอยู่ภายในสวน Samuel Cockin Garden มากกว่า

42

43

บันไดเลื่อนช่วงที่ 3 ก็จะนำคุณมายังทางเข้าสวนพอดี ซึ่งถ้าคุณซื้อบัตรเหมาจ่ายราคา 750 เยนมาแล้วก็สามารถเข้าไปได้เลย หรือไม่ก็ต้องมาซื้อตั๋วได้ในราคา 500 เยน ที่จะรวมเข้าค่าเข้าชม Samuel Cockin Garden และ Sea Candle ด้วย แต่ไม่มีการแยกขายนะครับ ราคานี้เหมารวมทั้ง 2 สถานที่ แยกซื้อไม่ได้

44

45

เมื่อเข้าไปแล้ว ก็จะมีคาเฟ่เล็กๆน่ารักๆ แบบไปนั่งชมวิวได้ แต่ผมและคณะเดินต่อไปโดยหวังจะเจอสวนดอกทิวลิปแบบที่เห็นในโฆษณาซึ่งปรากฏว่า….ไม่มี

46

มีแต่ดอกไม้อื่นๆ ไว้พอกล้อมแกล้มเท่านั้น พวกผมจึงเดินผ่านไปแบบเร็วๆเพื่อไปยังประภาคาร Enoshima Sea Candle ซึ่งด้านล่างจะมีลิฟต์ให้บริการด้วย แต่หากใครอยากออกกำลังกายก็สามารถเดินขึ้นไปได้ครับ

55

47

48

49

ลิฟต์จะนำคุณมายังจุดชมวิว Indoor  ก่อน แต่ถ้าคุณต้องการวิวแบบ Open Air ก็สามารถเดินขึ้นบันไดไปอีกชึ้นหนึ่งได้ ด้านบนก็จะเป็นจุดชมวิวแบบเดินวน 360 องศา  เลือกได้ว่าจะเอาวิวทะเล หรือวิวเมือง

54

53

ตรงจุดนี้ให้ความรู้สึกที่ดีจริงๆครับ โดยเฉพาะใครที่มาที่นี่ช่วงพระอาทิตย์ตกรับรองจะฟินมาก

50

51

52

จริงๆแล้วจากประภาคารถ้าคุณเดินลงมาเรื่อยๆก็จะเจอกับศาลเจ้า Okutsu no Miya  ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำมังกร รวมทั้งระฆังแห่งความรัก  ซึ่งว่ากันว่าถ้าคู่รักไปสั่นกระดิ่งด้วยกันแล้วมาเขียนชื่อตัวเองลงบนแม่กุญแจแล้วล็อคติดกันไว้ก็จะรักกันไปชั่วนิรันดร์เลย

แต่เนื่องจากผมมากับคุณแม่ งานนี้เลยขอบายครับ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรจะมาขอพรเรื่องความรักกันตรงนี้ 555  ที่สำคัญตอนนั้นก็เย็นมากแล้ว ผมต้องเผื่อเวลาเดินกลับด้วยครับ เพราะไม่อยากให้มืดลงเสียก่อน

ถ้าคุณมีโอกาสและพอมีเวลาก็แวะไปขอพรได้นะครับ

อย่างที่ผมเล่าไว้ครับว่าที่นี่จะไม่มีบันไดเลื่อนตอนขาลง พวกผมกับคุณแม่เลยต้องเดินลงมากันเอง ดังนั้นกว่าผมจะลงมาจากประภาคารมาถึงข้างล่างแล้วเดินข้ามสะพานกลับไปยังสถานี Enoshima ก็เกือบจะมืดพอดี พวกผมเลยนั่งรถไฟกลับไปสถานี Fujisawaเพื่อต่อรถกลับไปยังสถานี Shinjuku

56

57

หลังจากพวกผมเดินกลับถึงโตเกียวที่สถานี Shinjuku แล้ว ผมก็ต่อรถกลับไปยังสถานีอุเอโนะซึ่งโรงแรมของพวกผมอยู่ที่นี่และผมเคยได้เขียนมาเล่าให้คุณอ่านแล้วในตอน โรงแรม Centurion Hotel & Spa Ueno Station , Tokyo , Japan

โดยก่อนที่จะเดินกลับไปโรงแรม พวกผมตัดสินใจหาร้านอาหารที่สถานีอุเอโนะทานกันก่อนซึ่งหวยไปออกที่ร้านอาหารอินเดีย 555 (ก็งงใจเหมือนกันครับ มาญี่ปุ่นแต่ไม่ได้ทานอาหารญี่ปุ่นเลย)

food1

food2

food3

หลังจากอิ่มกันแล้วก็ได้เวลากลับไปพักที่โรงแรม ซึ่งอย่างที่ผมเขียนเล่าไปในตอนต้นว่าข้อดีมากๆ และทำให้ผมติดใจโรงแรมแห่งนี้คือออนเซ็น ที่หลังจากกลับมาเหนื่อยๆ การได้ไปแช่น้ำอุ่นในอ่างน้ำใหญ่ๆ ถือว่าเป็นการผ่อนคลายที่ดีมากๆเลยครับ

43

แต่ก่อนไปแช่น้ำ พวกผมไม่ลืมที่จะเก็บกระเป๋าใบใหญ่และแยกกระเป๋าใบเล็กออกมาไว้เพราะพรุ่งนี้พวกผมต้องcheck out จากโรงแรมนี้ และจะนำกระเป๋าใบใหญ่ไปฝาก Locker ที่สถานีรถไฟ ส่วนกระเป๋าใบเล็กก็นำไปใช้ระหว่างค้างคืนที่ Hakone กัน 1 คืนซึ่งผมจะเขียนมาเล่าต่อในตอนหน้านะครับ

215
วิวภูเขาไฟฟูจิ จากหน้าต่างโรงแรมในวันที่หิมะตก สวยจับใจ

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

Mgastronome

23.8.19

One Comment Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s