Review เที่ยวออสเตรเลีย :Brisbane – Moreton Island – Gold Coast – Sydney Part 3 : Day 1 BKK – Brisbane – Moreton Island

Review Australia Trip :Brisbane – Moreton Island – Gold Coast – Sydney Part 3 : Day 1 BKK – Brisbane – Moreton Island

ถึง…เธอ

หลังจากจดหมายฉบับที่แล้ว ผมได้แนะนำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งการขอ VISAไปแล้ว จดหมายฉบับนี้ผมก็จะนำคุณเริ่มต้นเที่ยวออสเตรเลียไปกับผมอย่างเป็นทางการ

ทริปออสเตรเลียคราวนี้ผมยังคงบินด้วยการบินไทย เพราะอย่างที่เคยเล่าคุณอ่านไปหลายครั้งว่าผมชอบเที่ยวบินที่บินตรง ไม่มีการจอดแวะพักเปลี่ยนเครื่องซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน เที่ยวบินลำนี้ได้นำผมไปเมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลียแบบรวดเดียวถึง โดยใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง

1

2

เที่ยวบินของผมออกประมาณเที่ยงคืน  โดยในวันนั้นเครื่องการบินไทยลำนี้เต็มแน่นทุกที่นั่ง  หลังจากเครื่อง take off ไปไม่นาน เหล่าแอร์และสจ๊วตก็เริ่มมาเสริฟอาหารล่ะคับ คือแบ่บบ จัดมื้อหนักให้เลย จะนอนก็นอนก็ไม่ได้ ผมเลยต้องกินด้วยความจำใจ 555

3

4

5

พอทานเสร็จผมก็นอนยาวเลย (นี่คือข้อดีของเที่ยวบินที่บินตรงรวดเดียว คือคุณไม่ต้องโดนปลุกให้ตื่นแล้วลงจากเครื่อง จากนั้นก็ต้องมา Boarding กันใหม่ทำให้นอนไม่เต็มอิ่ม)

ผมหลับยาวไปนานที่เดียว ตอนที่รู้สึกตัวครั้งแรก เมื่อมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว และก็ใกล้ถึงบริสเบนแล้ว ตอนนั้นความง่วงหายไปแล้วเลยมานั่งดูหนังไปเพลิน

7

6

เที่ยวบินจากเมืองไทยบินไปบริสเบนใช้เวลาเกือบ 10 ชั่วโมง ซึ่งจริงๆแล้วจำนวนนี้เกินครึ่งเป็นการบินอยู่ในประเทศออสเตรเลียเพราะประเทศนี้พื้นที่กว้างใหญ่มากจริงๆ  เลยกว่าจะบินผ่านแต่ละเมืองไปก็ใช้เวลาพอสมควร

8

ก่อนเครื่องลงประมาณ 2 ชั่วโมง อาหารมื้อเช้าก็มาเสริฟครับ ยังประทับใจอาหารของการบินไทยเช่นเดิม

9

10

ผมทานเสร็จ อีกสักชั่วโมงกว่าๆ เครื่องก็แลนดิ้งที่สนามบินบริสเบนเรียบร้อย  ระหว่างทางเดินไป ตม คุณจะเห็นเครื่องเจ้าบ้านเต็มสนามบินเลย

12

13

มาถึงเรื่องสำคัญที่คุณอาจจะกลัวคือ ตม ของออสเตรเลีย เพราะเท่าที่ได้ยินมากฌโหดไม่แพ้ประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ  แต่จากประสบการณ์เท่าที่ผมเคยเดินทางมา เมื่อเทียบกับ ตม หลายๆประเทศ ตม ที่ออสเตรเลียไม่ค่อยโหดนะคับ

วันนั้นเจ้าหน้าที่แค่เงยดูหน้า พลิกพาสปอร์ตไปมา 2 -3ที ก็แสตมป์ผ่านให้แล้ว

แต่สิ่งที่คุณควรกลัวมากกว่า ตม ของประเทศนี้คือ เจ้าหน้าที่ศุลกากร เพราะหลายคนคงจะพอทราบมาแล้วว่าประเทศออสเตรเลียซีเรียสเรื่องสิ่งของที่นำเข้าประเทศมากๆ โดยเฉพาะพืชผักผลไม้ หรือซากสิ่งของมีชีวิตต่างๆ ตรงนี้ห้ามเอาเข้าประเทศเด็ดขาด เพราะเจ้าหน้าที่พบ คุณจะค่าปรับแพงมหาศาลมากๆ  และ ณ จุดนั้นจะต่อรองร้องขออะไรไม่ได้ทั้งนั้น ใครก็ช่วยไม่ได้ (เพื่อนผมเคยโดนเพราะแอ๊ปเปิ้ลติดกระเป๋าไป 1ลูก โดนไปหลายพันเลย)

จุดที่ทำให้รู้สึกว่า ศุลกากรที่นี่เข้มมากจริงๆ คือปกติเราก็จะเดินผ่านศุลกากรไปเฉยๆ อาจจะมีสุ่มตรวจบ้างเป็นบางคน แต่สนามบินที่บริสเบน พอรับกระเป๋าแล้วก่อนออกไปด้านนอกจะต้องไปยืนเข้าแถว แล้วจะมีสุนัขมาดมกลิ่นกระเป๋าเดินทางทุกใบ ก่อนจะออกไปได้  และใครที่กลัวสุนัขคงต้องทำใจหน่อยเพราะไม่ได้ดมแค่กระเป๋า ถ้ามันถูกชะตามันอาจจะมาดมที่ตัวคุณด้วย ดมจริง ดมจัง แบบแนบชิด แถมหน้าตาดุเอาการอยู่

ถ้าบรรดาพนักงานสุนัขไม่ติดใจอะไร คุณถึงจะออกไปได้ครับ

0.1
สุนัขดมกลิ่น แอบถ่ายตอนออกมาแล้ว

หลังจากออกมาบริเวณโถงด้านนอก สิ่งแรกที่ผมทำคือไปติดต่อเรื่อง simมือถือก่อนคับ  ผมใช้ Simของ opus ซึ่งใช้ได้ดี สัญญาณไม่มีปัญหาเลย  ที่สำคัญคือรู้สึกสะดวกเวลาเติมเงินด้วย เพราะจะใช้วิธีเติมจากเวบ ซึ่งจะผูกกับบัตรเครดิตของเราในครั้งแรก หลังจากนั้นถ้าต้องเติมเงินก็แค่เลือกจำนวนเงินหรือแพคเกจได้เลย ระบบก็จะตัดเงินไปตามนั้น ผมเลยรู้สึกว่าสะดวกดี แต่ถ้าคุณไม่สบายใจที่จะใช้วิธีนี้ก็สามารถไปตามร้านสะดวกซื้อและเติมเงินได้เลย เพราะจะได้สลิปมาเติมเงินเหมือนบ้านเราเลยครับ

15

ในวันนั้นเจ้าหน้าที่ๆ Booth Opus บริการและให้ข้อมูลดีมากเลยครับ ที่สำคัญสวยมาก 555 ยิ่งพอรู้ว่าผมมาจากเมืองไทยก็ยิ่งบริการดีใหญ่เลยเพราะมีพนักงานหนึ่งในนั้นเคยมาเที่ยวที่ประเทศของเราแล้ว และบอกผมว่าเธอหลงรักประเทศไทยมากๆ อยากกลับไปอีก พนักงานสาวสวยอีกคนก็บอกว่ากำลังเก็บตังค์อยู่จะต้องไปเที่ยวเมืองไทยให้ได้สักครั้งในชีวิต

ไม่ต้องบอกคุณก็คงรู้นะครับว่าในฐานะคนไทย ผมนี่ยิ้มแก้มปริเลย ไม่ชมผมไม่เป็นไร ชมประเทศผมก็ยังดี  ฮาาาา

พวกผมมาถึงบริสเบนตอนเวลาใกล้เที่ยงพอดี ทางทัวร์จึงพวกพวกเราไปตามพลังกันก่อนที่ China Town Brisbane  ซึ่งChina Town ที่นี่ดูเล็กมากๆ เป็นแค่ตรอกเล็กๆตรอกเดียวเท่านั้น และสำหรับผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นจีนเท่าไหร่ ถ้าไม่มีรูปปั้นสิงโตกับซุ้มประตู ผมก็คงไม่ทราบว่าที่นี่คือ China Town

16
china Town บริสเบนมีแค่นี้แหละครับ

ร้านอาหารที่พวกผมมาทานเป็นมื้อเที่ยงวันนี้เป็นร้านอาหารจีนที่มีขนาดใหญ่เลย น่าจะใช้รับกรุ๊ปทัวร์เป็นประจำ

17

A11

อาหารจีนที่ทานก็เป็นรสชาติต่างประเทศคับ คือถ้าเทียบกับไทยความจัดจ้านของรสชาติจะลดลงมาหน่อย แต่หน้าตาก็คล้ายๆบ้านเรา บางเมนูก็รสชาติอร่อยใช้ได้เลย โดยเฉพาะพวกผัดเปรี้ยวหวาน หรือของทอด จะรสชาติดีทุกร้านที่ไปทานในทริปนี้เลย

ทุกมื้อที่ทานอาหารจีนที่มาเสริฟจะมีเมนูเหมือนๆกัน  หลักๆ คือซุป ผัดเนื้อ ผัดผัก ของทอด ปิดท้ายด้วยส้ม หรือผลไม้อื่น และที่ประทับใจมาก คือทุกร้านมีไข่เจียวให้ทานด้วย รู้สึกช่วยชูรสอาหารอื่นๆขึ้นมาเลย (ยิ่งได้น้ำพริกที่ไกด์พกไปด้วย ยิ่งอร่อยเลยคับ)

1.5

หลังจากที่อิ่มกันแล้ว พวกผมก็ไปนั่งรถชมเมืองกันนิดหน่อย

เริ่มจาก Brisbane City Hall ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง โดยสร้างด้วยหินทราย จึงดูแปลกตากว่าที่อื่นๆ ที่นี่จะมีหอนาฬิกาสูง  85เมตร ด้านหน้าจะเป็นลานกว้างที่มีรูปปั้นของพระเจ้าจอร์จ อดีตกษัตริย์อังกฤษอยู่บนหลังม้า จัตุรัสนี้จึงมีชื่อเรียกว่า “King George Square”

18

0.2

จุดนี้ผมไม่ได้แวะนะคับแค่ขับรถผ่านให้ดู แต่แนะนำว่าถ้าคุณมาบริสเบนไม่ควรพลาด (แล้วผมพลาดได้ไงหว่า 555)

ตอนที่นั่งรถชมเมือง ผมเคยนึกว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่เกิดใหม่มาไม่นานเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แถมมีความทันสมัยมากๆ เลยนึกว่าเมืองจะออกมาแนวโมเดิร์นทั้งหมด  แต่จริงๆแล้วที่เมืองนี้ยังเห็นตึกแบบยุโรปสวยๆ ได้ทั่วไป

19

จุดหมายสำคัญที่ผมจะแวะคือ “The Wheel of Brisbane” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบริสเบน บนบริเวณที่เรียกว่า South Bank ซึ่งเป็นฝั่งของเมืองที่แยกจากอีกฝั่งโดยมีแม่น้ำบริสเบนคั่นกลาง

A1

21

สำหรับใครสนใจจะขึ้นไปชมเมืองผ่านชิงช้านี้ ค่าตั๋วประมาณ 17 AUD$ ก็ลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thewheelofbrisbane.com.au/

20

และสถานที่ๆเป็น Highlight ของบริเวณ Southbank และเป็นพื้นที่ติดกับ The Wheel of Brisbane เลยคือ “Street Beach”  หรือหาดเทียมกลางแจ้งของเมืองบริสเบนซึ่งพอเห็น ผมรู้สึกแล้วอิจฉาคนที่นี่มาก รู้สึก amazing ที่เมืองนี้มีหาดเทียมสาธารณะที่มีทั้งสวนให้เดินเล่น  มีสระว่ายน้ำ และชายหาดเทียมให้ผู้คนที่เมืองนี้มาพักผ่อนหย่อนใจ แถมเข้าได้ฟรี   กลายเป็นชายหาดกลางป่าคอนกรีต  แปลกดีคับ

A6

A3

A5

22

26

นอกจากหาดเทียมแล้ว ที่นี่ก้มีสระว่ายน้ำสาธารณะให้ด้วย

A4

25

ริมแม่น้ำของบริสเบนก็เหมือนเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก ที่จะกั้นพื้นที่ริมน้ำไว้เป็นพื้นที่สาธารณะ มีทางเดินให้สามารถทำกิจกรรมริมแม่น้ำได้เป็นแนวยาวไปทั้งริมฝั่งแม่น้ำ ไม่มีบ้านคน ชุมชน หรือสิ่งก่อสร้างริมแม่น้ำเลย

27

ผมใช้เวลาที่พักใหญ่ จากนั้นผมก็ไปอีกจุดที่ใครสนใจอยากจะเห็นวิวเมืองBrisbane แบบมุมกว้างก็ต้องมาที่นี่คับนั้นคือ…. Kangaroo Point Cliffs Park

A7

Kangaroo Point Cliffs Park เป็นสวนสาธารณะที่สามารถมาทำกิจกรรมได้หลากหลายมาก ทั้งเดินเล่น วิ่ง ขี่จักรยาน รวมทั้งปีนหน้าผา แถมบริเวณนี้ยังสามารถมองวิวเมืองออสเตรเลียแบบกว้างๆได้อย่างสวยงามด้วย

28

29

A8

นอกจากนั้นที่น่าชื่นชมคือตรงจุดนี้จะมีเตาปิ้งบาบีคิวสาธารณะที่คุณสามารถมาใช้ได้ด้วย

โปรแกรมในเมือง Brisbane วันนี้เรามีแค่พอหอมปากหอมคอครับ เพราะจุดหมายจริงๆของวันนี้และวันพรุ่งนี้ของผมอยู่ที่เกาะมอร์ตัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Tangaluma Island Resort ที่มีชื่อเสียงมากๆ ผมจึงเลือกโปรแกรมทัวร์ที่ใช้เวลาที่เกาะมากหน่อย ดังนั้นหลังจากชมวิวเมืองบริสเบนจากมุมสูงที่ Kangaroo Point Cliffs Park แล้ว พวกผมก็เดินทางไปท่าเรือเพื่อนั่งเรือข้ามไปเกาะมอร์ตันกันครับ โดยรีสอร์ตแห่งนี้ผมได้เขียนมาเล่าให้คุณอ่านแล้วในตอน Review Tangalooma Island Resort , Moreton Island , Australia

31

เมื่อมาถึงท่าเรือซึ่งเป็นท่าเรือของรีสอร์ตโดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ก็จะเอาการ์ดมาให้เราเขียนชื่อเพื่อนำไปติดกระเป๋าเดินทาง จากนั้นทีมงานก็จะนำกระเป๋าไปรวมกันไว้ เราก็เดินตัวเปล่ากับสัมภาระส่วนตัวมานั่งรอ เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่ก็จะมาเรียกให้ขึ้นเรือครับ

30

A10

เรือของรีสอร์ตที่จะนำเราไปเกาะมอร์ตันถือว่ามีขนาดใหญ่ปานกลางและมีความสะดวกสบายพอสมควร ถ้าคุณอยากชมวิวก็สามารถเดินขึ้นไปดาดฟ้าเรือเพื่อชมวิวได้

0.3

นั่งเรือออกจากเมืองบริสเบนไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็เลยได้เห็นว่าริมฝั่งแม่น้ำมีโรงงานอุตสาหกรรมเยอะเลย

32

พวกผมไปถึง  Tangaluma Island Resort  ซึ่งเป็นรีสอร์ทแห่งเดียวบนเกาะมอร์ตันก็ค่ำๆพอดี  ซึ่งเป็นเวลาสำคัญของการให้อาหารปลาโลมาพอดี

0.4

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนยอมดั้นด้นมาที่นี่ จะสังเกตุว่าที่ริมสะพานจะมีอัฒจรรย์และมีคนมารออยู่เต็มเลยคับ  พวกเขามารอชมปลาโลมา และมาให้อาหารมันที่นี่

ปลาโลมาเหล่านี้จะเป็นโลมาตามธรรมชาติ แต่ก็คงไม่ธรรมชาติเท่าไหร่แล้ว เพราะพอมันรู้ว่าช่วงเวลานี้จะมีคนมาให้อาหาร มันก็จะมาว่ายอยู่ริมหาด ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองหรือถ่ายรูปได้แบบใกล้ๆ ซึ่งปลาโลมาเหล่านี้น่าจะอยู่ในโครงการอนุรักษ์ด้วย เพราะทุกตัวจะมีชื่อหมดเลย

35

การให้อาหารปลาโลมานั้นจะอนุญาตให้เฉพาะแขกที่เข้าพักกับโรงแรมเท่านั้น  โดยก่อนที่จะให้อาหาร (ซึ่งก็คือปลาทูตัวเล็กๆ)    ทางรีสอร์ทจะเตรียมถังให้เราล้างมือให้สะอาด เพื่อล้างคราบครีมกันแดด โลชั่น น้ำหอม สารเคมีทุกอย่างให้หมด  จากนั้นก็ให้พวกผมมาหยิบปลาทูไปคนละตัว โดยจับส่วนหาง แล้วค่อยๆ ลงไปในน้ำถึงระดับเข่า ประเดี๋ยวเดียวเจ้าปลาโลมาก็โฉบมางับไปเองครับ พร้อมๆ กันนั้นก็มีเสียงแช๊ะ 1 แช๊ะ  และแล้วรูปของคุณก็จะไปโผล่ในร้านของที่ระลึก ใครสนใจก็ซื้อกลับบ้านได้คับ เป็นการเสร็จขั้นตอน 555

37

การให้อาหารปลาโลมาคุณจะต้องลงไปในน้ำค่อนข้างถึงระดับขาอ่อน  ดังนั้นคุณควรเตรียมรองเท้าแตะ กางเกงขาสั้นพร้อมเปียกมาด้วยนะคับ แต่ถ้าคุณไม่อยากเปียกทางรีสอร์ทมีชุดยางที่จะใส่คลุมให้เช่าในราคา 10 เหรียญครับ

38

39

หลังจากให้อาหารปลาโลแล้ว ผมก็ทยอยเดินไปเข้าห้องพัก โดยที่พักในรีสอร์ทแห่งนี้จะมีหลายแบบและกว้างขวางมาก ถ้าได้ที่พักไกลๆ ก็ต้องเดินการพอประมาณทีเดียว และถ้าคุณต้องการเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งนี้ ทางที่ดีควรจะจองล่วงหน้านานๆ เพราะไกด์เล่าว่าที่นี่ช่วงhigh season จะเต็มตลอดเพราะเดี๋ยวนี้ทัวร์จีนชอบมาลง  แถมบางครั้งเหมาทั้งเกาะเลยก็มี  โดยเป็นลักษณะการซื้อเหมาห้องไป แล้วไปกระจายแบ่งขายต่อกันเองในบริษัททัวร์ของจีน ซึ่งที่ช่วงที่ผมไปคราวนี้นักท่องเที่ยวจีนก็เยอะจริงๆครับ และคงเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับทุกสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก

40

หลังจากเข้าไปที่ห้อง พวกผมก็พบว่ากระเป๋ามาวางอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว ผมจึงรีบล้างหน้าล้างตาแล้วลงไปทานมื้อเย็น หรือถ้าให้ถูกควรเรียกมื้อดึกกัน

อาหารที่รีสอร์ตเตรียมให้ถือว่าไม่เลวเลยครับทั้งในแง่คุณภาพ และปริมาณ โดยเป็นบุปเฟ่ย์ให้ตักไม่อั้น  อาหารก็มีความหลากหลายมาก  แต่ที่น่าประทับใจคือหอยแมลงภู่เพราะตลอดเวลาที่อยู่ออสเตรเลียผมยอมรับจุดๆนึงว่า ทุกครั้งที่ในเมนูมีหอยแมลงภู่  หอยแมลงภู่ที่นี่จะมีขนาดใหญ่มากกกกกก ไม่เคยเจอตัวเล็กๆเลย สงสัยคงเป็นไซส์มาตรฐานของที่นี่

46

47
หอยแมลภู่ใหญ่มาก

ของหวานที่นี่ก็อร่อยนะครับ โดยเฉพาะชีสเค้กอร่อยมากกกกกกกกจริงๆ  แค่เห็นภาพยัตอนนี้ผมยังงนึกถึงรสชาติที่ปลายลิ้นอยู่เลย ไม่ได้เว่อร์นะ 555

49

หลังจากอิ่มท้องมื้อเย็นกันแล้ว พวกผมก็อยากไปนั่งริมทะเลจิบเบียร์เย็นๆ ซึ่งทางรีสอร์ตมีร้านเปิดขายอยู่ริมหาด ต้องบอกว่าบรรยากาศลมทะเล กับการนั่งจิบเบียร์ริมหาดนี่มันทำให้แฮปปี้มากเลยทีเดียว รู้ว่ามันเป็นการไปพักร้อนจริงๆ ด้วยความติดลมพวกผมก็จะไปสั่งเบียร์มาเพิ่ม แต่พบว่าร้านปิดไปแล้ว…..อ้าววววววว 5555555

50

ตอนนั้นน่าจะสักแค่ 3-4 ทุ่มเองครับ พวกผมยังงงว่าทำไมรีบปิดไปไหน ยืนงงอยู่ในดงทรายสักพักแบบไม่มีคำตอบ ก็เลยคุยกันว่างั้นก็แยกย้ายกลับห้องใครห้องมันแล้วกันครับ ขนาดพนักงานยังกลับไปนอนแล้ว ฮา

วันแรกของผมในออสเตรเลียถือว่าเริ่มต้นได้ดีเลยครับ รู้สึกว่าไม่ผิดหวังที่เดินทางไปเยือน ในจดหมายฉบับหน้า ผมจะพาคุณไปพบกับกิจกรรมหลากหลายที่สามารถทำได้ในเกาะมอร์ตันแห่งนี้

โดยเฉพาะใครจะเชื่อว่าในเกาะกลางทะเลแบบนี้กลับมีทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาอยู่ด้วย

6
ทะเลทรายในเกาะมอร์ตัน โปรดสังเกตุความเล็กของคนและรถบัส

แล้วพบกันในจดหมายฉบับหน้าครับ

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึง

Mgastronome

One Comment Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s