Review ทริปเที่ยวบ้านเกิดคุมะมง Kumamoto – Saga – Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น Part 5 : Saga – ศาลเจ้ายูโทคุ อินาริ – Fukuoka Tower – Fukuoka City Science Museum – Canal City

ถึง…เธอ

หลังจากเมื่อคืนผมได้หลับสนิทเพราะได้ทานมื้อเย็นแบบเว่อวังจัดเต็ม แถมได้แช่น้ำแร่ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นที่เมืองซากะแห่งนี้ เช้านี้ผมก็รีบตื่นค่อนข้างเช้าเพราะผมต้องการไปแช่น้ำแร่ของที่นี่อีกครั้งซึ่งผมยังคงยืนยันว่าน้ำแร่ที่นี่มีความแตกต่างจากน้ำแร่ที่อื่นจริงๆ คือระหว่างอาบจะสังเกตได้ว่าผิวเราจะลื่นๆเหมือนมีอะไรเคลือบอยู่ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของน้ำแร่แห่งนี้ที่เชื่อว่าแช่แล้วจะทำให้ผิวดี

52

หลังจากอาบน้ำแร่นานพอสมควรผมก็ขึ้นมาแต่งตัวและไปทานบุปเฟย์มื้อเช้าซึ่งยังเว่อวังอลังการเหมือนเคย มีอาหารให้เลือกทานเยอะมากๆ ดังที่ผมได้เคยเขียนมาเล่าไว้แล้วในตอน โรงแรม Yukai Resort Ureshinokan , เมือง Ureshima ,Saga , ประเทศญี่ปุ่น

71

โดยเฉพาะความพิเศษที่ทุกโต๊ะจะมีเตาเล็กๆ ให้คุณสามารถนำปลาซาบะ หรือปลาแซลมอนมาย่างทานกันสดๆ กินกับแบบร้อนๆเลย เป็นอะไรที่ผมประทับใจมาก

69
ย่างกินกันบนเตาสดๆ 

หลังจากอิ่มกันแล้วก็ได้เวลา check out เพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวแรกของวันนี้นั่นคือศาลเจ้ายูโทคุ อินาริ ซึ่งศาลเจ้านี้มาโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนไทยมากๆก็ตอนที่ถูกใช้เป็นฉากในละครทางช่อง3 เรื่องกลกิโมโน ที่นำแสดงโดยพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ของเรานั่นเอง

1
ธรรมชาติระหว่างเดินทาง

ศาลเจ้ายูโทคุ อินาริ (Yutoku Inari Shrine)

เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ของเมือง Saga ที่มีอายุหลายร้อยปี โดยเป็นที่ประทับของเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่คนญี่ปุ่นนิยมมาขอพรเรื่องพืชผลทางการเกษตรและการทำธุรกิจต่างให้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งการป้องกันอุบัติเหตุด้วย

13

ศาลเจ้ายูโทคุ อินารินั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1688 โดยเป็นศาลเจ้าประจำตระกูลนาเบะชิมะ (Nabeshima) ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองซากะในสมัยเอโดะ ศาลเจ้าแห่งนี้ถือเป็นศาลเจ้าในนิกายชินโต และถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพอินาริ ซึ่งศาลเจ้ายูโทคุ อินาริแห่งนี้ถือเป็นศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่และสำคัญเป็นอันดับ 3 ในญี่ปุ่น รองมาจาก ศาลเจ้า Fushi-mi Inari  ใน Kyotoและศาลเจ้า Kasama Inari  ใน Ibaraki

จากจุดจอดรถ ผมเดินข้ามฝั่งไปอีกด้านโดยต้องข้ามสะพานไม้สีแดงข้ามคลองเล็กๆ และจากทางเข้าศาลเจ้ายูโทกุ อินะริ (Yutoku Inari) คุณจะเห็นรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกตั้งอยู่ทั้งสองด้าน ซึ่งตำนานพื้นบ้านเชื่อว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีหน้าที่นำสาส์นของเทพเจ้ามาแจ้งแค่มวลมนุษย์

2

3

4

5

8

9

ตามธรรมเนียมของญี่ปุ่น ก่อนเข้าไปไหว้ขอพรในศาลเจ้าก็ต้องล้างมือจากบ่อน้ำด้านหน้าเสียก่อน และเมื่อล้างมือ ล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องเดินข้ามสะพานไม้สีแดงอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ศาลเจ้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งบริเวณก่อนข้ามสะพานไม้แห่งนี้จะเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยมากๆจุดหนึ่งเนื่องจากเป็นจุดที่คุณจะได้เห็นโครงสร้างเสาไม้สีแดงสดที่เป็นฐานรองของศาลเจ้าที่ลดหลั่นไปบนเขา เป็นภาพที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของศาลเจ้านี้ที่ไม่เหมือนที่ไหน

14
จุดล้างชำระล้างก่อนเข้าศาลเจ้า

11.1

11

12

15

16.1

16

ด้านล่างของศาลเจ้าจะมีจุดที่ให้คุณได้สักการะกันก่อนหนึ่งจุด ก่อนที่คุณจะต้องเดินขึ้นไปบนเขาเพื่อไปสักการะเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าแห่งนี้ที่อยู่ด้านบน

17

18

19

21

21.1

หลังจากสักการะศาลจเา้ที่จุดแรกด้านล่างแล้วก็ต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อไปสักการะเทพเจ้าหลักของศาลเจ้าที่อยู่ด้านบนครับ

23.1

22

25

27

28

จากศาลเจ้าด้านบน ถ้าคุณเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จะมีอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงสดอยู่เป็นระยะๆ ให้คุณเก็บภาพสวยๆได้

29

30

31

33

 

ถ้าเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จะยังมีเสาโทริเอะและศาลเจ้าเล็กๆย่อยๆอีกจำนวนมากให้สักการะไปตลอดทางเลย

35

36

39

40

43

นอกจากนั้นจากด้านบนของศาลเจ้าหลักจะเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีดอกซากุระบาน หรือใบไม้เปลี่ยนสี จุดนี้ก็เป็นจุดถ่ายรูปวิวทิวทัศน์แถวนี้ได้สวยงามมากๆ เลยทีเดียว

24

26

ศาลเจ้ายูโทคุ อินาริ (Yutoku Inari Shrine) เปิดให้เข้าชมฟรีและเปิดทุกวันโดยคุณสามารถเริ่มต้นเดินทางจากสถานีJR Hizen Kashima แล้วก็ข้ามถนนมาที่ Kashima Bus Centerที่อยู่ใต้ตึก Yutoku แล้วไปรอรถบัสที่ Plaform 3 โดยการเดินทางจาก Kashima Bus Center  มายังศาลเจ้าจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที

46

หลังจากชื่นชมความสวยงามและไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันแล้ว พวกผมก็ตรงไปเข้าเมืองฟุกุโอกะ โดยจุดหมายแรกในเมืองฟุกุโอกะของผมคือตึก Fukuoka Tower

Fukuoka Tower

เป็นแลนด์มาร์กและจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมือง Fukuoka โดยตึกแห่งนี้มีความสูงถึง  234 เมตร เป็นหอคอยริมทะเลที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2532 ดังนั้นจากจุดชมวิวบนตึกนี้จึงสามารถมองเห็นเมืองฟุกุโอกะรวมทั้งอ่าวได้แบบ 360 องศาเลย

47

นอกจากความสูงแล้วความพิเศษของตึกแห่งนี้คือเป็นตึกที่มีจุดเด่นที่ภายนอกของตัวตึกซึ่งประดับด้วยเมจิกมิลเลอร์ถึง 8000 แผ่นเลยทีเดียว

48

ค่าเข้าชมวิวจาก Fukuoka Tower จะมีค่าใช้จ่าย 800 เยน แต่วันนี้ผมไม่ได้จะขึ้นไปชมวิวนะครับ ผมแค่มาชมตึกและถ่ายรูปจากด้านนอกและมาทานมื้อเที่ยงกันที่นี่เฉยๆ เนื่องจากเวลาไม่เอื้ออำนวยเพราะผมอยากไปใช้เวลาที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่เพิ่งเปิดใหม่ล่าสุดในเมือง Fukuoka มากกว่า

50

51

53

54

55

หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว ผมก็ออกถ่ายรูปคู่กับตัวตึกนิดหน่อยซึ่งถ้าคุณเดินออกมาจากตึก เดินมาเรื่อยๆ จะเจอจุดที่ทางตึกได้ Mark จุดเอาไว้ว่าถ้าเรามายืนตรงจุดนี้จะสามารถถ่ายรูปเราพร้อมกับเก็บภาพตัวตึกได้ทั้งตึกกันเลยทีเดียว

56

นอกจากการมาชมวิวและถ่ายรูปกับตึกแล้วที่บนชั้น 2 ของตึกแห่งนี้จะมีห้องจัดแสดงและขายสินค้าที่เกี่ยวเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า Robosquare อยู่ด้วย หากคุณชอบนวัตกรรมเกี่ยวกับหุ่นยนต์ก็ลองไปชมได้นะครับ

จาก Fukuoka Tower ผมก็เดินทางไปต่อที่อีกหนึ่ง Highlight ของทริปในวันนี้นั่นคือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่เพิ่งเปิดใหม่ล่าสุดสดๆร้อนๆ ในช่วงที่ผมเดินทางไปพอดี

Fukuoka City Science Museum

59

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองฟุกุโอกะเป็นศูนย์แสดงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่เปิดใหม่เมื่อวันที่1 ตุลาคม ปี 2017 ตั้งอยู่ด้านบนของสถานีรถไฟRopponmatsu ของสายรถไฟนานาคุมะ ในตึกที่ชื่อว่า “Ropponmatsu 421”โดยเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้แนวคิด  “SCIENCE & CREATIVE FUKUOKA”  เพื่อสร้างสังคมและพื้นที่การเรียนรู้ให้แก่ผู้มาเยือนทั้งเด็กและผู้ใหญ่

58

60

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะอยู่ที่ชั้น 3-6  โดยแบ่งเป็น….

ชั้น 3 มีพื้นที่อเนกประสงค์ต่างๆ เช่น ห้องนิทรรศการโปรเจค เป็นต้น

ชั้น 4 มี Science Navi กับห้องทดลอง

ชั้น 5 เป็นห้องจัดนิทรรศการพื้นฐาน

ชั้น 6 เป็นโดมเธียร์เตอร์ (ท้องฟ้าจำลอง)

61

62

63

64

หลังจากที่ไปเยี่ยมชมแล้ว ผมต้องยอมรับว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เหมาะแค่เด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่อย่างคุณกับผมก็ได้รับความรู้และความสนุกสนานไม่แพ้กัน เพราะมีกิจกรรมหลายๆอย่างเลยที่แม้แต่ผู้ใหญ่ก็เล่นและหาความรู้ได้แบบไม่เครียดด้วย ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่ดีมากๆเลยในเมืองฟุกุโอกะ

65
จะเด็ก หรือมีอายุก็หาความรู้แบบสนุกๆได้หมด

66

68
แม่ดูสนุกกว่าลูก 555

67

70

72
แมวน้ำหุ่นยนต์ ขยับได้เหมือนมีชีวิต

73

Fukuoka City Science Museum จะเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร แต่ถ้าวันอังคารไหนตรงกับวันหยุด พิพิธภัณฑ์ก็จะปิดในวันถัดไป รวมทั้งวันหยุดตามเทศกาลต่างๆ โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ 9.30 – 21.30 น ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 500 เยน นักเรียนนักศึกษา 200 – 300 เยน ซึ่งรายละเอียดของค่าเข้าชมและข้อมูลอื่นๆคุณสามารถเข้าไปหาข้อมูลกันได้ครับที่  https://www.fukuokacity-kagakukan.jp/

75
เครื่องจำลองสภาวะไร้น้ำหนัก

76

ได้ความรู้กันแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาละลายเงินในกระเป๋าบ้าง

Canal City Hakata

ห้าง Canal City เป็นห้างที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ ของเมืองฟุกุโอกะนี้โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อปี1996 โดยจุดที่ทำให้ห้างนี้มีชื่อเสียงก็ด้วยการออกแบบให้มีคลองไหลผ่านกลางห้าง ( เลยได้ชื่อว่า Canal City)  นอกจากนั้นยังมีร้านค้ามากมายหลายร้อยร้านให้เลือกช็อป โดยชั้นสุดจะมี DutyFree ให้คุณได้ไปซื้อสินค้าปลอดภาษีกันกด้วย ซึ่งวันที่ผมไปมีนักท่องเที่ยวชาวจีนแน่นร้านเลยแม้ร้านจะกินพื้นที่กว้างขวางทั้งชั้น แถวรอจ่ายตังค์นี่ยาวเหยียดจนหมดอารมณ์ช็อปเหมือนกัน

79

78

80
Duty Free คนจีนล้น

ส่วนถ้าคุณเป็นคนที่ชอบราเมงเป็นชีวิตจิตใจก็ต้องไม่พลาดชั้น 5 ของห้าง Canal city แห่งนี้ เพราะบนชั้นนี้จะมี Ramen Stadium  ที่รวบรวมร้านราเมงดังๆ จากทั่วสารทิศมารวมกันไวเ ดังนั้นถ้าคุณเป็นแฟนราเมงต้องห้ามพลาดเลยครับ

ช็อปกันจนกระเป๋าเบา ท้องก็ว่างแล้ว ผมก็ไปทานมื้อเย็นกันซึ่งมื้อเย็นมื้อนี้เป็นบุฟเฟย์ชาบู ซึ่งผมต้องขออภัยคุณด้วยเพราะไม่รู้ชื่อร้านภาษาอังกฤษเลยไม่ทราบจะบอกชื่อร้านกับคุณอย่างไรดี

81

82
โชว์ลายเซ็นคนดังเยอะอยู่ แสดงว่าต้องดังพอสมควร

ที่ร้านนี้มีการแบ่งที่นั่งทานเป็น Zone มีทั้งแบบ Private จะมีลักษณะเป็นห้องๆ นั่งได้ห้องละ 4 คน และด้านในสุดจะที่ Zone ของที่นั่งรวม

83

85

ส่วนความพิเศษของชาบูที่นี่คือการจัดชุดชาบูโดยเอาหมู หรือเนื้อแล้วแต่สั่งมาเรียงกันเป็นยอดภูเขาและจะมีผัดต่างๆ หนุนอยู่ด้านล่าง เมื่อน้ำเดือนภูเขาหมูแผ่นนี้จะค่อยๆละลายลงไปในน้ำ เป็นการจัด Presentationของอาหารที่น่าทานมากๆ หลังจากที่นั่นคุณก็สามารถสั่งหมู สั่งผักมาเติมได้เรื่อยๆครับ ซึ่งนอกจากหน้าตาอาหารของที่นี่จะดูดีแล้ว รสชาติก็อร่อยมากๆ ด้วย

87
น่าทานมากๆๆๆๆๆ

88

อิ่มกันแล้วก็ได้เวลากลับไปที่พักในฟุกุโอกะของผมในคืนนี้ซึ่งผมได้เขียนถึง Review โรงแรม Hermana Fukuoka Hotel , Fukuoka, Japan ไว้แล้วในฉบับที่แล้ว ว่าโรงแรมนี้แห่งนี้มีทำเลที่ดีมากๆๆๆ เรียกว่าอยู่บนถนนเทนจิน ถนน Shoppingชื่อดังของฟุกุโอกะที่มีร้านค้า ร้านอาหาร และห้างสรรสินค้า เรียงรายไปตลอดทั้งแนวถนน แถมยังใกล้กับแห่งท่องเที่ยวอื่นๆในเมืองแบบเดินไปได้ด้วย

ห้องของโรงแรมก็สะดวกสบาย มีขนาดพอสมควร เรียกว่าใช้ได้เลยครับ

1.3

1.2

3

4

5

สำหรับเรื่องเล่าทริปเที่ยวบ้านเกิดคุมะมง Kumamoto – Saga – Fukuoka  ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 3 ของผมก็คงจบลงเพียงเท่านี้ จดหมายฉบับหน้าผมจะเขียนมาเล่าถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวในเมืองฟุกุโอกะเป็นวันสุดท้าย โดยมีไฮไลท์ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่โตเว่อวังของฟุกุโอกะ ที่ถ้าคุณมีโอกาสก็ไม่อยากให้พลาดเลย รวมทั้งจะพาคุณไปชิมราเมงข้อสอบ หรือ Ichiran Ramen ที่สาขาแรก เป็นสาขา Original ที่ถือกำเนิดขึ้นในเมือง Fukuoka แห่งนี้ครับ

1.6
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่อลังการมาก
1.7
Ichiran Ramen หรือราเมงข้อสอบ สาขาต้นตำหรับ สาขาแรกของญี่ปุ่น

แล้วรอติดตามอ่านนะครับ

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึง

Mgastronome

 

One Comment Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s