Review ทริปเที่ยวบ้านเกิดคุมะมง Kumamoto – Saga – Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น Part 6 : UMINONAKAMICHI SEASIDE PARK – MARINE WORLD – Fukuoka TenJin

ถึง…เธอ

นี่คงเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายแล้วใน Series Review ทริปเที่ยวบ้านเกิดคุมะมง Kumamoto – Saga – Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น Part 1 : Intro ที่ผมเขียนมาเล่าให้คุณอ่านเป็นฉบับที่ 6 แล้ว ซึ่งเรื่องราวที่ผมจะเล่าในวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ผมได้ท่องเที่ยวในทริปนี้ แต่ไม่ใช่วันสุดท้ายในญี่ปุ่น เพราะผมจะบินกลับในเช้าวันรุ่นขึ้น

หลังจากตื่นเช้าแล้วผมก็ลงมาทานอาหารมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมซึ่งมีอาหารที่หลากหลายเหมือนกัน แต่สถานที่ค่อนข้างคับแคบไปนิดนึง อาจจะเพราะช่วงที่ผมไปพักมีแขกมาพักที่โรงแรมแห่งนี้ค่อนข้างหนาแน่น ตามที่ผมเขียนมาเล่าไว้เกี่ยวกับโรงแรมแห่งนี้แล้วในตอน Review โรงแรม Hermana Fukuoka Hotel , Fukuoka, Japan

32

หลังจากอิ่นกันแล้ว ผมออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายแรกของผมในวันนี้เลย นั่นคือ….

UMINONAKAMICHI SEASIDE PARK

Uminonakamichi Seaside Park เป็นสวนขนาดใหญ่อยู่ริมทะเลยูมิโนนะ โดยสวนแห่งนี้มีชื่อเสียงทั้งเรื่องการเป็นสถานที่สำหรับชมซากุระที่ของเมืองฟูกุโอกะ โดยภายในสวนจะมีต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้น นอกจากนั้นยังได้วิวทะเลที่อยู่ติดกันทำให้สวนแห่งนี้มีความสวยงามและเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชื่นชมธรรมชาติกันเป็นจำนวนมาก

1

2

3

5

18

เนื่องจากช่วงที่ผมไปไม่ใช้ช่วงที่ซากุระบาน แต่ถึงกระนั้นสวนแห่งนี้ก็ยังมีดอกไม้ตามฤดูกาลนานาพันธุ์ปลูกไว้ให้คุณไปชื่นชมความงามและถ่ายรูปรวมกับสวนดอกไม้ที่นี่ได้

6

7

8

14

การเดินทางมายังสวนสามารถเริ่มต้นจากสถานี Hakata Station แล้วนั่งรถไฟ JR สายKagoshima Line มาเปลี่ยนรถที่สถานีKashii Station ไปสาย JR Kashii Line เพื่อไปลงที่สถานี Uminonakamichi Station ครับ

17

Uminonakamichi Seaside Park จะเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 9:30-17:30 น.  โดยเสียค่าเข้าคนละ 400เยนครับ

จริงๆแล้วในวันนั้นผมใช้เวลากับสวนแห่งนี้ไม่ได้นานมากครับ หลักๆก็คือมาถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้แค่นั้น จะเรียกโปรแกรมนี้ว่าเป็นโปรแกรมฆ่าเวลาก็ได้เพราะhighlight ของวันนี้ของผมคือจุดหมายต่อไปนั่นคือMarine World ซึ่งก็อยู่ในพื้นที่สวน Uminonakamichi Seaside Park เหมือนกันครับ

Marine World

Marine World Uminonakamichi เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมทะเลของเมืองฟุกุโอกะ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นอกจากจะเรื่องราวของสัตว์ใต้ท้องทะเลให้ได้เข้าไปดูและศึกษาแล้วยังมีHighlight ที่ตู้ปลาขนาดยักษ์ที่สามารถเอาฉลามตัวใหญ่ ปลากระเบนตัวยักษ์ไปว่ายร่วมกับสัตว์น้ำนานาพันธุ์ในตู้ปลาขนาดยักษ์นั้นได้

20

21

22

23

31

32

33

34

39

40

41

43

นอกจากนั้นยังมีการแสดงโชว์น่ารักๆ ของเหล่าสัตว์น้ำเช่น ปลาโลมา หรือสิงโตทะเลที่ส่วนของการแสดงโชว์ ซึ่งจะมีการแสดงเป็นรอบๆ เพราะฉะนั้นผมแนะนำให้คุณเช็คเวลาก่อน จะได้ไม่พลาดครับ

25

27

28

29

30

จริงๆแล้ว ผมไม่ได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมานานมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก่อนจะมาผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะตื่นเต้นหรือเปล่า แต่เมื่อมาเห็นของจริงโดยเฉพาะตู้ปลาขนาดยักษ์ที่มีปลาฉลามกำลังว่ายปะปนกับปลาอื่นๆ รวมทั้งปลากระเบนตัวโตแล้วทำให้ผมรู้สึกกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเพราะมันดูยิ่งใหญ่ เสมือนเราเข้าไปอยู่ใต้น้ำจริงๆ

35

36

40.1

40.2

Marine World อาจจะเป็นอีกสถานที่ๆคนไทยไม่ได้ค่อยนิยมมาท่องเที่ยวนัก แต่ผมอยากแนะนำคุณเลยครับว่าที่นี่คุ้มค่าน่าไปเยือนไปจริงๆ โดยเฉพาะถ้าคุณไปแบบครอบครัวที่มีเด็กๆอยู่ด้วย สถานที่นี้เรียกว่าห้ามพลาดเลย

37

การเดินทางมาที่นี่ก็ไม่อยากครับ จากสถานี JR Hakata  ให้นั่งรถมาลงที่สถานีJR Uminonakamichi  จากนั้นเดินมาอีกแค่ 400 เมตรก็จะมาถึงMarine World Uminonakamichiได้ง่ายๆเลยครับ

ค่าเข้าชม Marine World สำหรับผู้ใหญ่คือ 2,300 เยน / เด็ก 1,000 เยน / และเด็ก(ต่ำกว่า 4 ขวบ) 600 เยน ครับ

หลังจากอิ่มใจกับประสบการณ์เสมือนอยู่ใต้ท้องทะเลกันแล้ว ผมก็เดินทางไปต่อเพื่อไปทานมื้อเที่ยงกันครับ โดยมื้อเที่ยงของผมวันนี้ถือเป็นมื้อพิเศษที่ผมจะได้มีโอกาสไปทาน Ichiran Ramen หรือราเมงข้อสอบ ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ที่เป็นสาขาแรกเริ่มเลยของราเมงชื่อดังนี้เลย

Ichiran Ramen สาขาแรก

อิจิรัน ราเมง เป็นร้านที่คนไทยรู้จักกันดีในนามว่า “ราเมงข้อสอบ” เป็นร้านราเมงเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 ในเมืองฟุกุโอกะและด้วยรสชาติแสนอร่อย ราคาไม่แพง และ conceptที่ไม่เหมือนใครทำให้ Ichiran ramen สามารถเปิดสาขาได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น และกลายเป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากๆของนักท่องเที่ยวด้วย

47

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ร้านนี้โด่งดังคือลักษณะการจัดร้านที่กั้นเป็นช่องๆ เหมือนคนกำลังทำข้อสอบ รวมทั้งเวลาสั่งจะมีใบกระดาษให้เราเลือกรูปแบบของราเมนที่เราชอบได้เอง เช่น ความนุ่มของเส้น ความเผ็ด ปริมาณของเส้น และเครื่องเคียง เรียกว่าเลือกได้แบบเฉพาะเจาะจงของคนนั้นๆ เลย

48

49

จริงๆแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ทานราเมงข้อสอบนี้ ซึ่งจากที่ผมเคยเขียนเล่ามาให้คุณอ่านหลายครั้งว่าผมเป็นแฟนตังยงของราเมนคนหนึ่ง ดังนั้นถึงแม้ราเมนข้อสอบจะมีความอร่อย แต่สำหรับผมก็ไม่ได้เรียกว่าอร่อยที่สุด เอาเข้าจริง ราเมนแบรนด์นี้ไม่ติด 10 อันดับที่ผมชอบด้วยซ้ำ ซึ่งผมเคยเขียนมาเล่าให้คุณอ่านแล้วในตอน 10 Best Ramen in Japan ว่า 10 อันดับราเมนที่ผมชอบในญี่ปุ่นมีร้านอะไรบ้าง

แต่ต้องย้ำกับคุณอีกครั้งนะครับว่าถึงแม้จะไม่ติด 10 อันดับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่อร่อย ดังนั้นถ้าคุณมีโอกาสไปเยือนเมืองฟุกุโอกะก็อย่าพลาดไปลองทาน Ichiran Ramenสาขากันนะครับ

50

จากร้านราเมน ผมสามารถเดินกลับไปโรงแรมได้เลย เพราะอย่างที่ผมเขียนมาเล่าว่า Review โรงแรม Hermana Fukuoka Hotel , Fukuoka, Japan เป็นโรมแรมที่อยู่กลางเมืองเลย แถมใกล้สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่ง shoppingมากมาย โดยเฉพาะถนนเทนจิน ซึ่งเป็นถนน shopping ของฟุกุกโอกะ ดังนั้นผมจึงแวะเดิน Shopping ไปเรื่อยๆ บนถนนเส้นนี้ โดยเฉพาะ Loft ที่ผมเล็งไว้ตั้งแต่คืนแรกที่มาถึง เพราะ Loftสาขานี้มีขนาดใหญ่โต หลายชั้น มีสินค้าให้เลือกดูเลือกซื้อมากมายจริงๆ

44

45

46

51
ถนน Tenjin ถนนสาย shopping ของ Fukuoka
52
ชั้นต่างๆของ Loft

12

54

วันนั้นไม่น่าเชื่อครับ ผมเดิน Shopping ไปจนค่ำเลย ก็ได้มองหาร้านมื้อเย็นทาน ซึ่งในตอนค่ำแบบนี้เริ่มมีร้าน Street Food มาตั้งของขายตามทางเท้าริมถนน เห็นแล้วอยากจะเข้าไปลองทานมากๆเลยครับ แต่เนื่องจากทุกร้านคนค่อนข้างแน่น แถมผมกลัวว่าจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ก็บังเอิญเดินผ่านร้าน Yakitori ร้านหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆโรงแรมเลย แถมร้านนี้มีป้ายหน้าร้านบอกว่ามีเมนูภาษาอังกฤษ ผมจึงตัดสินใจไปทานมื้อเย็นที่นี่ครับ

55

56

57

59

Yakitori เป็นเมนูที่นำเนื้อสัตว์ เครื่องในส่วนต่างๆ (โดยมากเป็นไก่) รวมทั้งผักชนิดต่างๆ มาย่างบนเตาถ่านแล้วทานคู่กับน้ำจิ้มหรือเกลือ ยิ่งถ้าได้ทานพร้อมกับเบียร์ด้วยแล้วจะยิ่งฟินหนักเลยครับ

60

61

63

64

62
น้ำจิ้ม

ร้านนี้แม้จะบังเอิญเจอแต่รสชาติอร่อยมากๆ ทีเดียว ยิ่งทานกับข้าวสวยร้อนๆและแกล้มเบียร์ไปด้วย มื้อเย็นที่แสนจะธรรมดาเรียบง่ายของผมในมื้อนั้นกลายเป็นมื้อที่อร่อยสุดๆ ของทริปนี้เลย

กินกันเพลินจนหมดไปหลายไม้ เช็คบิลออกมาเลยต้องเหงื่อตกเบาๆไปตามระเบียบ 555

65

66

67

68
กินกันแบบลืมนับไม้
69
โดนไป 125,000 เยน

สำหรับ ทริปเยี่ยมบ้านเกิดคุมะมงที่เมือง Kumamoto – Saka – Fukuoka ของผมคงจบลงเท่านี้เพราะวันรุ่งขึ้นผมต้องไปสนามบินเพื่อไปขึ้นเครื่องตั้งแต่เช้า จึงไม่ได้มีเวลาออกเที่ยวที่ไหนอีก

ผมหวังว่าจดหมายที่ผมเขียนมาเล่าถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวของผมในครั้งนี้จะเป็นแรงบันดารใจให้คุณออกเดินทางต่อไปนะครับ

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึง

Mgastronome

One Comment Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s