รักระหว่างรบ Cambodia Trip : นครวัด เสียมเรียม พนมเปญ , กัมพูชา Part 4 : Day 2 Siem Reap : บากอง – พระโค – โลเลย – Angkor National Museum – นครวัด

ถึง….เธอ

จดหมายฉบับนี้จะนำคุณไปเที่ยวเสียมเรียบอย่างเป็นทางการแล้วครับ ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 2 ในเสียมเรียบเนื่องจากผมเดินมาถึงที่นี่ก็ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว วันนี้ก็เลยจะเป็นวันแรกที่ผมจะได้เที่ยวอย่างจริงจัง

ตื่นเช้ามาก็เติมท้องกันด้วยอาหารอร่อยๆ ที่โรงแรมก่อนครับ ซึ่งอาหารที่โรงแรม Prince D’ Angkor Hotel ถือว่าอร่อยเลยครับ ห้องอาหารก็กว้างขวางและมีอาหารให้เลือกทานเยอะเลยทีเดียว โดยเมนูที่มาแล้วต้องลองเลยคือ ก๋วยเตี๋ยว คับ อร่อยมากๆ

2

3

4

7

มื้อเช้าวันนี้ผมจัดหนักเลยครับเพราะวันนี้ต้องไปลุยกันยาว

113

หลังทานมื้อเช้าเสร็จ พวกผมก็ไปรอกันที่ Lobby เมื่อได้เวลานัดทั้งไกด์ ทั้งรถก็มาถึงพร้อมกันคับ

1

อย่างที่บอกว่าทริปนี้ ผมจ้างบริษัททัวร์ให้จัดการเฉพาะนำเที่ยวในเสียมเรียบ3วัน 2คืน ซึ่งถือว่าคิดถูกมากคับที่เลือกมาซื้อทัวร์ท้องถิ่นที่นี่ เพราะถ้าเที่ยวเองคงพลาดอะไรไปหลายอย่างเลย อาจจะเพราะทริปนี้ผมได้ไกด์ที่ดีมากๆด้วย ผมเลยรู้สึกประทับใจและได้ความรู้กับมุมมองใหม่ๆกลับไปเยอะมาก

8

จุดหมายแรกของวันนี้ พวกผมต้องไปทำบัตรนักท่องเที่ยวกันก่อนคับ เป็นบัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยวในเสียมเรียบ 3วัน ระหว่างเที่ยวที่นี่ต้องโชว์บัตรนี้ตลอดห้ามทำหายเด็ดขาดเพราะเจ้าหน้าที่จะถ่ายรูปไว้เสร็จสับบนบัตร ดังนั้นจะใช้แทนกันก็ไม่ได้ สำคัญมากๆ คับ

9

11

12

ระหว่างรอทำบัตร ผมเลยถ่ายภาพแสดงปราสาทต่างๆ รอบๆ นครวัดนครธมจะเห็นได้ว่าที่จริงแล้ว นครธม เป็นชื่อเมืองนะคับเพราะกินอาณาเขตกว้างใหญ่มาก

ผมเคยเข้าใจผิดว่านครธมก็คือวัดๆนึงเหมือนกัน

13

แต่ที่ผมจะไปกันวันนี้ไม่อยู่ในแผนที่นะคับ เพราะไกด์ได้จัดทริปให้เราโดยเริ่มไล่ไปตามความเก่าแก่ของปราสาทจะได้เห็นวิวัฒนาการการสร้างปราสาทในแต่ละยุค

จริงๆ แล้วอารยธรรมแรกๆของเขมรเกิดขึ้นที่เขาพนมกุเลนนะคับ แต่เพราะไม่มีปราสาทเป็นชิ้นเป็นอัน เลยไม่ค่อยเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

ไกด์เลยพาเรามาเริ่มที่ บากอง (Bakong)คับ

ปราสาทบากอง (Bakong)

119

บากอง เป็นปราสาทหินในยุคแรกๆ ของอาณาจักรขอม เป็นวัดประจำรัชกาลของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1สร้างเมื่อ คศ 881

จะสังเกตว่าวัดนี้สร้างจากอิฐผสมหิน ซึ่งไกด์เล่าว่าถือเป็นสิ่งสำคัญที่แยกปราสาทยุคแรกๆ ออกมา เพราะยุคหลังจะเริ่มใช้หินเพียงอย่างเดียวในการสร้าง

14

บากอง เป็นปราสาท 5 ชั้นยอดเดียว สร้างเพื่อถวายพระวิษณุ (ปราสาทส่วนใหญ่ในเขมรสร้างถวายพระวิษณุ) ซึ่งเป็นเทพสูงสุดในนิกายที่ชาวเขมรโบราณนับถือ

17

รูปแบบปราสาทในเขมรจะคล้ายๆกันคือจะมีคูน้ำล้อมรอบ ทำหน้าที่เหมือนเป็นมหาสมุทรที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ และต้องมีนาคทอดยาวเป็นทางเดินเพื่อเข้าไปสู่เทวสถาน เป็นสัญลักษณ์ว่าคุณได้เดินข้ามมหาสมุทรไปแล้ว

16

เวลาไปเที่ยวปราสาทต่างๆ จะเจอเด็กๆ มาขอทานเกือบทุกปราสาทเลยครับ ซึ่งไกด์เล่าว่าน่าเห็นใจครอบครัวของเด็กๆ กลุ่มนี้เหมือนกัน เพราะเมื่อก่อนชาวบ้านสามารถหาเลี้ยงชีพ หรือหาอาหารได้จากการหาของป่าไปขาย หรือเอามากินแต่หลังจากที่นี่เป็นมรดกโลก ชาวบ้านก็ถูกห้ามเข้าป่าเด็ดขาด การไปเก็บของป่าถือว่าผิดกฎหมาย ดังนั้นพวกเขาจึงต้องอาศัยรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวเท่านั้น

121

118

และในเมื่อพวกเขาไม่มีทรัพยากรและเงินทุน ทางเลือกจึงมีไม่มาก การมาขายของเล็กๆน้อยๆ หรือการมาขอเงินนักท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องทำ

ช้างคือเครื่องมือสำคัญทั้งในทางสงครามและการสร้างปราสาทในยุคขอมโบราณ

123

125

นางอัปสรคับ มีมาตั้งแต่ปราสาทยุคแรกๆ

ถ้าคุณมาเยือนปราสาทต่างๆในเสียมเรียบจะสังเกตุว่าปราสาทขอมส่วนใหญ่จะมีนางอัปสร เพราะนอกจากจะแสดงถึงสถานที่บนสรวงสวรรค์แล้วนางอัปสรยังเป็นตัวแทนของความสุข เพราะหน้าที่ของนางอัปสรคือสร้างความสุข ความรื่นรมย์ให้เทวดา

25

28

27

ไกด์เลยบอกว่าใครจะให้ของฝาก อาจจะให้นางอัปสรไปตั้งบนโต๊ะทำงานหรือที่บ้านก็ดีเหมือนกันครับ

ขอเผยโฉมไกด์ของเราหน่อยคับผมประทับใจไกด์คนนี้มากจริงๆ เพราะทุกๆ ปราสาทที่ไป ไกด์คนนี้จะหาที่เหมาะๆ ร่มรื่นเย็นสบายแล้วก็ชวนพวกเรามานั่งฟังไกด์เล่าประวัติกันก่อน ไกด์จะเปิดฉากเล่า เล่า และเล่าทุกสิ่งอย่างที่รู้เกี่ยวกับสถานที่นั้นถามได้ตอบได้เหมือนอับดุลเลยคับ ผมประทับใจมาก

26

จริงๆ ผมว่านี่เป็นกุศโลบายที่ดีนะครับ เพราะปกติเวลานักท่องเที่ยวไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวก็จะยกกล้องหรือมือถือขึ้นถ่ายรูปเลย พอไกด์พูดอะไรก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะมักจะเดินถ่ายรูปกันมากกว่า

ไกด์ของผมคนนี้จึงจัดแจงเอาพวกเรามานั่งฟังกันกันก่อนเลย แล้วหลังจากนั้นใครจะถ่ายรูปจะทำอะไรก็แล้วแต่เลยครับ

20

 

ปราสาทบากองเป็นปราสาทขนาดใหญ่และสูง ต้องค่อยๆปีนขึ้นไป แล้วค่อยๆดูทีละชั้นครับ ขึ้นไปถึงยอดแล้วมองลงมาก็ได้วิวที่สวยเหมือนกัน

22

23

24

จากบากอง เราก็ไปกันต่อที่ พระโค

ปราสาทพระโค (PREAH KO)

ปราสาท พระโค สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2เพื่อเป็นสุสานสำหรับราชวงศ์ รวมทั้งถวายเป็นการสักกะระแก่พระศิวะด้วย สันนิฐานว่าสร้างตั้งแต่ปี พศ 1424

129

ตัวปราสาทก่อด้วยอิฐ แต่งด้วยปูนปั้น อย่างที่ผมเล่าไปในตอนต้นครับว่าลักษณะวัศดุในการสร้างปราสาทแบบนี้แสดงถึงปราสาทยุคแรกๆ ของขอม

128

อีกนัยหนึ่ง ปราสาท 3 องค์ด้านหน้าก็เพื่อถวายเทพสูงสุดของศาสนาพรามห์มทั้ง 3 องค์ด้วย

130

ขณะที่เดียวกันก็จะมีปราสาทองค์เล็กรองลงมา อีก 3 หลังอยู่ด้านหลัง เป็นการสร้างเพื่อถวายมเหสีของมหาเทพทั้ง3 องค์ คือ พระแม่อุมาเทวี พระลักษมี พระสุรัสวดี

131

40

อีกอย่างที่ผมได้ความรู้จากไกด์คนนี้คือถ้าอยากรู้ว่าปราสาทไหนสร้างถวายเทพองค์ใดก็ดูได้ที่พาหนะของเทพองค์นั้นที่มักสร้างไว้ที่ปราสาทเดียวกัน

อย่างที่ปราสาทนี้เราจะเห็นวัน หรือ โคนนทิซึ่งก็ชัดเจนเลยว่าเป็นพาหนะของพระศิวะ เพราะฉะนั้นปราสาทนี้จึงสร้างถวายพระศิวะครับ

33

ปราสาทพระโคเป็นปราสาทที่ไม่ใหญ่มากคับ ใช้เวลาดูไม่นาน

34

35

42

ฝั่งตรงข้ามมีการทำรูปจำลองปราสาทใหญ่ในเขมร แม้จะเป็นรูปจำลองแต่ก็ใหญ่จริงๆ (ปราสาทละ 100,000กว่าบาท ) เห็นแล้วก็อดสงสัยไม่ได้นะครับว่าจะขนกลับยังไง

43
จำลองปราสาทพระโค

44

45
จำลองปราสาทบากองที่เพิ่งไปมา

ช่างฝีมือที่ทำงานพวกนี้ที่เห็นั่งแกะสลักหิน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเด็ก ซึ่งก็อดสงสารไม่ได้ครับ ก็เลยอุดหนุนงานเล็กๆมาชิ้น 2 ชิ้น

47

เรื่องแบบนี้บางทีก็ตัดสินใจลำบากเหมือนกันครับเพราะไม่รู้ว่าการที่ผมซื้องานเหล่านี้จะเป็นการสนับสนุนการใช้แรงงานเด็กหรือเปล่า แต่ตอนนั้นสารภาพว่าอดสงสารเด็กๆเหล่านี้ไม่ได้จริงๆ อยากให้พวกเขามีรายได้ เห็นแล้วอดใจแข็งไม่ช่วยไม่ลง

132

133

จะไปเที่ยวประเทศกัมพูชาต้องพกใจแข็งๆไปด้วยครับเพราะเรื่องราวพวกนี้คุณจะพบเห็นได้ตลอดทาง สิ่งหนึ่งที่อาจจะพอทำได้คือคุณอาจจะพกขนม ลูกอม ช็อคโกแลตติดมือไปด้วย ถ้าคุณไม่อยากช่วยด้วยเงิน ก็อาจจะให้ขนมกับเด็กๆแทนก็ได้ครับ

จากปราสาทพระโค เราก็ไปกันต่อที่ โลเลย คับ

ปราสาทโลเลย ( Lolei)

ปราสาทโลเลย เป็นปราสาทที่สร้างอุทิศให้ พระศิวะ กับพระวิษณุขณะเดียวกันก็อุทิศให้พระราชบิดา และพระราชมารดาด้วย สร้างในสมัยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 แต่มาแล้วเสร็จในสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่1 โอรสของพระเจ้าอินทวรมัน คาดกันว่าน่าจะสร้างมาตั้งแต่ปี พศ 1436

134

1.1

ความพิเศษของปราสาทโลเลยคือเป็นปราสาทที่อยู่บนเกาะ ล้อมรอบไปด้วยน้ำแต่ตอนนี้น้ำที่ล้อมรอบปราสาทได้เหือดแห้งกลายเป็นทุ่งนาไปหมดแล้ว

1.5

1.2

ปราสาทนี้สร้างด้วยอิฐเป็นส่วนใหญ่ และตอนที่ผมไปปราสาทกำลังถูกบูรณะอยู่ครับ

ที่ปราสาทนี้ไกด์ให้ทายด้วยคับว่าปราสาทที่เห็นบางองค์สร้างถวายเทพองค์ไหนซึ่งผมจำคำพูดของไกด์ได้ว่าวิธีดูว่าสร้างถวายเทพองค์ไหนให้ดูพาหนะ

พอเห็นที่ทับหลังของปราสาทเป็นช้าง ผมก็เลยทายได้ถูกต้องครับว่าปราสาทองค์นั้นสร้างถวายพระอินทร์  (พอมีความรู้บ้างเหมือนกันเฮะ 555)

1.3

1.4

ปัจจุบันปราสาทโลเลยจะมีวัดและพระจำพรรษาอยู่ด้วย ซึ่งไกด์เล่าว่าวัดนี้เป็นวัดที่คนนิยมมาเล่นน้ำสงกรานต์มากที่สุด คนจะเยอะมากๆในช่วงนั้น

135

เสร็จจากปราสาทโลเลย ก็ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดีครับ วันนี้ไกด์พาพวกผมไปทานบุปเฟย์กันที่ร้าน Tonle Chaktomuk Restaurant ซึ่งไกด์บอกว่าเป็นร้านของคนไทย ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับพิพิธพันธ์ Angkor National Museum เลยคับ

50

54

51

55

อาหารส่วนใหญ่ในร้านจะผสมๆกันระหว่างเวียดนาม ไทย แล้วก็ฝรั่ง ส่วนอาหารกัมพูชาแบบท้องถิ่น ผมไม่แน่ใจเลยครับว่ามีเมนูอะไรบ้าง ผมคิดว่าเมนูหลายๆเมนูก็คงเหมือนๆกับบ้านเรา เพียงแต่เวลาพูดถึงอาหารกัมพูชามันก็จะนึกไม่ค่อยออกครับว่ามีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์และโด่งดัง

ผมเองก็ถามไกด์ว่าแล้วมากัมพูชาต้องกินอะไร ไกด์ก็ตอบว่า ห่อหมก กับก๋วยเตี๋ยวครับ

food1

อย่างหนึ่งที่ต่องชมร้านนี้คืออาหารเยอะมาก เยอะมากกกกจริงๆ จนถ้ากินทุกอย่างที่มีในร้านต้องท้องแตกแน่ๆครับ

ขนาดวันนั้นผมยังกินไปได้ไม่กี่อย่าง แต่ก็ต้องยอมแพ้ครับเพราะอิ่มมากจริงๆ อาหารล้นร้านเลยครับสำหรับบุฟเฟย์ที่นี่ ถือว่าถ้ามาเสียมเรียบมาลองได้เลย แต่รสชาติต้องบอกไว้ก่อนว่าแค่ประมาณนึงนะครับ ผมไม่ได้ประทับใจมาก แต่เรื่องปริมาณนี่ให้ 10 เต็มครับ

69

70

71

72

73

อิ่มท้องกันแล้ว ก็ได้เวลาเดิมข้ามถนนไป Angkor National museum ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามคับ

Angkor National Museum

138

เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่มีพื้นที่มากกว่า 20,000ตร.ม. มีห้องจัดแสดงโบราณวัตถุขนาดใหญ่ถึง 8 ห้อง และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็บริหารจัดการโดยคนไทย (อีกแล้ว)

Angkor National Museum  มีโบราณวัตถุที่สำคัญของอาณาจักรขอมจากยุคต่างๆ กว่า 2,000 ชิ้นเลครับ เรียกว่าใช้เวลาเดินดูพอสมควรเลย รวมทั้งไกด์เองก็เล่าเรื่องราวต่างๆชนิดที่ว่าจำกันไม่หวาดไม่ไหวเลยครับ

ด้านในห้ามถ่ายภาพนะคับ เลยเก็บมาแต่ด้านนอก

75

76

จากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังกอร์ เราก็ไปกันต่อที่สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในทริปนี้ สถานที่ๆได้รับการกล่าวขานว่าต้องไปเห็นให้ได้สักครั้งก่อนตายนั่นคือ…นครวัด ครับ

และเหมือนเดิมเอไปถึง ไกด์ของเราหาที่เหมาะๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมคูน้ำของนครวัด เล่าเรื่องราวของนครวัดแบบย่อๆ ให้ฟังก่อน

77
นครวัดข้างหน้า ตื่นเต้นมากๆตอนนั้น

78

79
นั่งฟังไกด์ Brief เพลินๆ ก่อนเดินเข้าไปชม

นครวัด Angkor Wat

นครวัด เป็นหมู่ปราสาทและเป็นศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่รวมกว่า 1.6 ล้านตารางเมตร แรกเริ่มนั้นสร้างขึ้นเป็นเทวลัยในศาสนาฮินดูเพื่ออุทิศถวายแด่พระวิษณุ ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงกลายเป็นวัดในศาสนาพุทธในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12

142

นครวัดสร้างขึ้นในช่วงต้นของคริสศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ผู้ครองเมืองยโสธรปุระ (ในปัจจุบันคือเมืองพระนคร) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิเขมรในตอนนั้น สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นเทวลัยประจำรัชกาลและเป็นสุสานฝังพระศพ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงการนับถือลัทธิไศวนิกายของกษัตริย์องค์ก่อนๆ เหตุเพราะนครวัดนั้นสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระวิษณุแทนที่จะเป็นพระศิวะ

92

นครวัดได้รวมเอาการวางผังพื้นฐานในสถาปัตยกรรมเขมรสองแบบมาใช้ประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งก็ได้แก่ ผังการสร้างปราสาทให้เสมือนภูเขา และการสร้างปราสาทแบบมีระเบียงคดที่มีภาพสลักต่างๆ

การสร้างปราสาทรูปแบบนี้ได้สื่อถึงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สถิตของเทพในศาสนาฮินดู ด้านนอกมีคูน้ำและกำแพงล้อม ความยาวรวมกว่า 3.6 กิโลเมตร โดยตัวปราสาทประกอบด้วยระเบียงคดสี่เหลี่ยมที่มีภาพสลักทั้งหมดสามชั้น แต่ละชั้นตั้งอยู่สูงกว่าชั้นล่าง ตรงกลางของปราสาทคือพระปรางค์ที่มีทั้งหมด 5 ยอด

90

นครวัดมีความแตกต่างจากปราสาทในพระนครปราสาทอื่นๆ เนื่องจากมีการหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งนักวิชาการต่างก็มีความเห็นที่แตกต่างออกไปในเรื่องนัยยะของการสร้างในลักษณะนี้ นครวัดยังได้รับการยกย่องในด้านความงามและความกลมกลืนของตัวสถาปัตยกรรม อาทิ ภาพสลักนูนต่ำที่ใหญ่โต รวมถึงภาพเทวดาที่มีการตกแต่งตามผนังเป็นจำนวนมากจนได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโกในปี ค.ศ. 1992

ถ้าคุณจำได้ถึงลักษณะปราสาทเขมรที่สร้างจำลองจากเขาพระสุเมร คุณจะต้องข้ามผ่านสะพานนาคราชที่เป็นเสมือนการที่คุณได้ก้าวข้ามมหาสมุทรไปแล้ว คุณก็จะเจอกับโคปุระ หรือพลับพลาทางเข้า ซึ่งบริเวณนี้จะมีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ให้สักการะด้วย

80

141

82

สิ่งที่พลาดไม่ได้บริเวณโคปุระตะวันตกนี้ก็คือ นางอัปสรา ที่ยิ้มเห็นฟัน ซึ่งมีแค่องค์เดียวจากนางอัปสราทั่วนครวัดกว่า 2000 องค์ในนครวัด

แต่บริเวณทางเข้าจะมีนางอัปสรที่แปลกกว่านางอัปสรทั้ง 2000 องค์ คือเป็นนางอัปสรที่ยิ้มเห็นฟัน เพียงองค์เดียวเท่านั้นทั้งนครวัด

83

139

จากประวัติข้างต้นผมนำมาจาก Wikipedia แต่ไกด์เล่าเสริมว่านครวัด สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เพื่อบูชาพระวิษณุ และเพื่อให้เป็นที่ เก็บพระศพของพระองค์ เมื่อยามสิ้นพระชนม์ ดังนั้น นครวัด จึงแตกต่างกับปราสาทอื่นๆ ตรงที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศของผู้ตาย

89

ตามธรรมเนียมของขอม จะมีการตั้งพระนามใหม่ ถวายกับกษัตริย์ที่สิ้นพระชนม์แล้ว พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 นั้นมีพระนามหลังสิ้นพระชนม์ว่า “บรมวิษณุ” นครวัด จึงมีอีกชื่อว่า “บรมวิษณุมหาปราสาท”

87

92

93

ใครมาถึงนครวัด ภาพที่ต้องไปถ่ายคือนครวัดที่สะท้อนกับพื้นน้ำ แต่เผอิญช่วงท่ผมไปน้ำน้อยไปนิด แถมมีปราสาทกำลังบูรณะอีก ( ให้มันได้แบบนี้สิ 555)

91

143

การสร้างปราสาทนครวัด ต้องใช้หินปริมาตรหลายล้าน ลูกบาศก์เมตร ที่นำมา จากเทือกเขาพนมกุเลน ซึ่งอยู่ห่างจากนครวัดกว่า 50 กม มีการใช้ช้างนับพันเชือก ในการขนย้าย ใช้แรงงานนับแสนคนในการก่อสร้างตกแต่งใช้เวลาสร้างกว่า30 ปี

นครวัดมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก มีความยาวถึง 1.5 กม. และกว้าง 1.3 กม. รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 1,219 ไร่

องค์ประกอบของปราสาทนครวัด

สถาปัตยกรรมหลักของนครวัดมาจากศิลปะแบบของที่แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ปิรามิดปราสาทและระเบียงคตที่เชื่อมต่อกัน

ในส่วนของปิรามิดปราสาทนั้นจะมีสูง 3 ชั้น แต่ละชั้นแบ่งเป็นสัดส่วนด้วยระเบียงคต มีโคปุระอยู่ทั้งสี่ทิศและศาลาที่มุมทั้งสี่มุม เป็นเสมือนปราสาทบริวารล้อมรอบของปรางค์ประธาน

92

การสร้างนครวัด จำลองคติทางศาสนาฮินดู อาทิ คูเมืองจะหมายถึงมหาสมุทรที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ถัดจากมหาสมุทรก็จะเป็นระเบียงคตที่เชื่อมกันรอบปราสาท เป็นตัวแทนเทือกเขาน้อยใหญ่ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุที่ประทับของเทพเจ้า และตัวปราสาทปรางค์ประธานก็คือยอดเขาพระสุเมรุนั่นเอง

ไม่ใช่แค่ความยิ่งใหญ่เชิงโครงสร้าง แต่งานแกะสลักตกแต่งก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

81

106

95

96

โดยเฉพาะเหล่านางอัปสรที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งทั้งนครวัดมีอยู่กว่า 2000 องค์

104

105

นอกจากนั้นยังมีภาพสลักบนผนังด้านในของระเบียงคตชั้นล่างของตัวปราสาทที่เรื่องราวส่วนใหญ่จะมาจากมหากาพย์และคัมภีร์พระเวทของศาสนาฮินดู รวมทั้งความยิ่งใหญ่ของผู้สร้างนครวัดแห่งนี้ไว้ด้วย ซึ่งหนึ่งในภาพที่นักท่องเที่ยวชาวไทยจะให้ความสนใจเป็นพิเศษคือภาพกองทัพชาวสยาม ซึ่งผมเองก็ถามไกด์ว่ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นชาวสยาม ไกด์ก็เดินไปชี้จุดให้ดูว่าเขียนไว้ตรงนี้

156

157

158

112

นอกจากนั้นยังมีภาพสำคัญๆ ที่ไม่ควรพลาดอีกมาก เช่น ภาพการรบที่ทุ่งกุรุเกษตรจากมหาภารตะยุทธ ภาพขบวนทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ภาพการตัดสินความคดีและความชั่วของพญายม ภาพการกวนเกษียรสมุทร เป็นต้น

162

161

ไกด์บอกว่าสมัยก่อนคงจะสวยงามกว่านี้มาก เพราะจะมีไม้ที่แกะสลักอย่างวิจิตรพิศดารมาเป็นส่วนประกอบประตูหน้าต่างและโครงสร้างต่างๆด้วย

98
ร่องรอยของการใช้ไม้เป็นส่วนประกอบตกแต่งปราสาท

ขนาดหินยังแกะซะขนาดนี้

140

151

106

มุมนี้จะมีนางอัปสรให้เห็นมากที่สุด 10 กว่าองค์คับ ไกด์เป็นคนชี้จุด

154

150

ทางขึ้นไปยอดปราสาทชันมาก แต่เดี๋ยวนี้มีทำบันไดให้แล้ว แต่ก็ยังชันอยู่ดี

101

102

108

ผมมีโอกาสไปเยือนสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในหลายๆที่ ทั้งกำแพงเมืองจีน ทัชมาฮาล สโตนเฮนจ์ ซึ่งต้องยอมรับว่าแต่ละที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่แตกต่างกันไป แต่นครวัด ทั้งในแง่ขนาด และความวิจิตรมลังเมลืองของศิลปะและสถาปัตยกรรมนั้นไม่เป็นสองรองใคร สมกับที่ Arnold Joseph Toynbee นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีชาวอังกฤษกล่าววลีที่ลือลั่นโลกไว้ว่า…See Angkor Wat and Die

107

103

145

146

148

155

153

ในชีวิตนี้มันต้องไปเห็นให้ได้สักครั้งจริงๆครับ

91

พวกผมเดินเที่ยวนครวัดจนเย็นมากๆ ได้บรรยากาศโพล้เพล้ รู้สึกวังเวงดีเหมือนกันครับ แต่ถ้าให้อยู่ค่ำมืดไปกว่านี้คงไม่เอาแน่

163

164

165

166

ก็ได้เวลาไปทานอาหารเย็นคับ วันนี้พวกผมจะไปกินมื้อเย็นกันที่เชียงใหม่ (อ้าว ยังไง)

จริงๆ แล้วเราไม่ได้เดินทางข้ามประเทศกลับไปเชียงใหม่นะครับ แต่เชียงใหม่ที่ผมเขียนถึงเป็นร้านอาหารไทยในเสียมเรียบคับ ชื่อว่าร้านเชียงใหม่  เป็นร้านที่มีชื่อเสียงอยู่ที่นี่และแน่นอนเป็นธุรกิจของคนไทย (อีกแล้ว)

168

167

เห็นป้ายนี้แล้วขำๆ คับ โดยเฉพาะน้ำแตงโม ใช้ ๆ แทน ต คงเห็นหลังมันหักเหมือนกัน 55( ขนาดมีเจ้าของเป็นคนไทยนะ)

169

ส่วนอาหารของที่นี่ต้องยอมรับเลยคับว่าอร่อยจริงๆครับ ไม่ผิดหวังเลยทั้งๆ ที่หลังจากสอบถามเลยรู้มาว่าแม่ครัวร้านนี้เป็นคนเขมร แต่ทำอาหารรสไทยได้จัดจ้านเลยครับ (ไกด์บอกว่าอาหารเขมรจริงๆ จะจืดกว่าไทยหน่อย)

170

171

หลังจากอิ่นแล้วก็กลับโรงแรมกันคับ แต่ก่อนเข้าห้องพวกผมตัดสินใจพากันเดินไปร้านไอติมเล็กๆ น่ารักๆ ที่เล็งๆ กันไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เพราะเห็นร้านดูทันสมัยดี เลยอยากรู้ว่ารสชาติจะเป็นไง

173

175

177

พอลองทานแล้วอร่อยดีคับ แต่ก็อาจจะไม่เท่ากับที่เราเคยทานซึ่งรสชาติแบบนี้ก็อาจจะเป็นรสของคนที่นี่ด้วยนะครับ

178

วันนี้ถือว่าผมได้นำคุณไปเที่ยวสถานที่สำคัญค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะนครวัดที่คุณควรไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต แต่สำหรับผม…นครวัดไม่ใช้สิ่งก่อสร้างที่ทำให้ผมว้าวและประทับใจที่สุดในทริปนี้

สถานที่ๆทำให้ผมถึงกับอึ้งในความสวยงามยิ่งใหญ่และสร้างความประทับใจให้ผมมากที่สุดในทริปคือ..นครธม ครับ ซึ่งผมจะเขียนมาเล่าให้คุณอ่านในจดหมายฉบับต่อไป

8

รอติดตามอ่านนะครับ

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึง

Mgastronome

 

One Comment Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s