รักระหว่างรบ Cambodia Trip : นครวัด เสียมเรียม พนมเปญ , กัมพูชา Part 7 : Day 5 พนมเปญ – พระราชวังเขมรินทร์ – วัดพระแก้ว – พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ – โตนแสลง – Killing Field – BKK

ถึง…เธอ

จดหมายฉบับนี้คงเป็นฉบับสุดท้ายแล้วถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ทริปรักระหว่างรบในประเทศกัมพูชาของผม

จดหมายฉบับที่ผ่านๆมาผมได้นำคุณไปพบกับความยิ่งใหญ่ ความสวยงามและด้านที่ดีงามของประเทศนี้ แต่ในจดหมายฉบับนี้คงเป็นการนำคุณไปพบกับเรื่องราวที่เลวร้ายที่สุดที่มนุษย์จะสามารถพึงกระทำต่อกันได้

ความเลวร้ายนี้ไม่ใช่แค่ต่อประชาชนกัมพูชาเท่านั้น แต่โศกราฎกรรมที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องราวที่สะเทือนใจผู้คนไปทั้งโลกซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นมาเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา และอยู่ใกล้ประเทศไทยแค่เอื้อม

ดังนั้นจดหมายฉบับนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกความหดหู่และเศร้าใจไปด้วย

ดังนั้นคำเตือนก่อนที่คุณจะอ่านจดหมายฉบับนี้ ถ้าคิดว่าใจไม่แข็งกับภาพและคำบรรยายทางตัวอักษรที่ผมจะเขียนมาเล่า ขอให้อ่านแค่ช่วงแรกก็พอครับ

ช่วงแรกก่อนที่จะไปพบกับเรื่องราวน่าเศร้าผมจะเริ่มต้นทริปวันนี้ด้วยความงดงามของพระราชวังหลวงของกัมพูชากันก่อน

ในวันสุดท้ายของทริปกัมพูชาของผม ผมตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้าซึ่งเมื่อเปิดม่านหน้าต่างขึ้นก็ได้เห็นความสวยงามของแม่น้ำโตนเล ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลมาจากโตนเลสาบ ดูไปแล้วก็ได้วิวคล้ายๆแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพของเราเหมือนกันนะครับ

1.1

1

2

วันนี้ผมจะเริ่มเที่ยวในเมืองพนมเปญ ซึ่งชื่อ “พนมเปญ” สันนิษฐานว่าคือชื่อของเนินเขาทางตอนเหนือของตัวเมืองริมฝั่งแม่น้ำโตนเล โดยมีตำนานเล่าว่าหญิงชราผู้หนึ่งนามว่า “ยายเพ็ญ” ได้พบไม้งามที่ลอยน้ำมาติดฝั่ง ยายผู้นั้นจึงได้ทำการแกะสลักไม้นั้นเป็นพระพุทธรูป ประดิษฐานในวัดที่สถาปนาขึ้นบนเนินเขาดังกล่าว ผู้คนจึงเรียกขานพื้นที่แถบนี้ว่า “พนมเปญ” นั่นเองครับ

ส่วนถ้าเป็นประวัติศาสตร์จริงๆ ความเป็นราชธานีของพนมเปญได้ตั้งรากฐานมั่นคงในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนโรดม พรหมบริรักษ์ ด้วยการสนับสนุนของฝรั่งเศส ที่มองว่าการย้ายเมืองหลวงจากเมืองอุดงมาที่นี่จะทำให้กัมพูชาหลุดพ้นจากการแก่งแย่งชิงอำนาจกันระหว่างสยามและเวียดนาม

ดังนั้นเมืองหลวงของกัมพูชาจึงย้ายมาพนมเปญมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1866 เป็นต้นมา

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้ว พวกผมก็ไปทานมื้อเช้ากันที่ห้องอาหารของโรงแรมซึ่งถือว่าได้มาตรฐาน อาหารหลากหลาย สะอาด และรสชาติใช้ได้ทีเดียวครับ

3

9

10

11

หลังจากอิ่มกันแล้ว พวกผมก็ check out ออกจากโรงแรม เพราะวันนี้ผมและเพื่อนๆจะเดินทางกลับเมืองไทยกันเลย โดยการท่องเที่ยวในกรุงพนมเปญคราวนี้เราใช้บริการรถเช่าพร้อมคนขับครับ เนื่องจากเราค่อนข้างไปหลายสถานที่ โดยเฉพาะทุ่งสังหารนั้นค่อนข้างอยู่นอกเมือง การใช้รถสาธารณะคงไม่ค่อยสะดวก

12

13

ที่สำคัญ ผมยังคงต้องย้ำว่าการเดินทางในครั้งนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาไม่ได้อยู่ในสถานะปกติ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเราจึงใช้รถที่มีความเป็นส่วนตัวมากครับ

14

จุดหมายแรกของพวกเราในวันนี้คือ พระราชวังหลวงที่ชื่อ พระราชวังจตุมุขสิริมงคล หรือคนไทยนิยมเรียกว่าพระราชวังเขมรินทร์ซึ่งเป็นที่ประทับของกษัตริย์กัมพูชาครับ

พระราชวังจตุมุขสิริมงคล

ซึ่งคนไทยนิยมเรียกว่าพระราชวังเขมรินทร์ แปลว่า “ปราสาทของพระอินทร์” ใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์กัมพูชาตั้งแต่สถาปนากรุงพนมเปญเป็นเมืองหลวงในปี 1866

18
แผนที่หมู่พระราชวัง

19

20

21

พระราชวังแห่งนี้มีหมู่พระที่นั่งต่างๆคล้ายกับพระบรมมหาราชวังของไทย โดยพระที่นั่งที่สำคัญๆ ได้แก่

“พระที่นั่งเทวาวินิจฉัย”

เป็นท้องพระโรงที่กษัตริย์กัมพูชา แม่ทัพ เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ หรือขุนนางข้าราชบริพารใช้ในการปรึกษาการบริหารราชการแผ่นดิน ในจะใช้สำหรับงานพระราชพิธีต่างๆ รวมไปถึงใช้เป็นสถานที่รับแขกบ้านแขกเมือง

22

24

23

พระที่นั่งแห่งนี้มีผังเป็นรูปกากบาทและมียอดปราสาท 3 ยอด ยอดปราสาทตรงกลางสูงราว 59 เมตร ประดับด้วยพรหมพักตร์ 4 หน้า (ไม่แน่ใจว่าตั้งใจนำแบบมาจากนครธมหรือเปล่า) ภายในท้องพระโรง เป็นที่ตั้งของพระราชบัลลังก์และรูปปั้นของกษัตริย์กัมพูชาในอดีต

a1

25

 

พระที่นั่งจันทฉายา

พระที่นั่งจันทฉายา มีรูปแบบเป็นศาลาโถง ใช้เป็นสถานที่แสดงศิลปะวัฒนธรรมของเขมรโบราณ สำหรับงานพระราชพิธีต่างๆ  รวมทั้งใช้สำหรับงานพิธีสวนสนาม โดยพระที่นั่งองค์นี้ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของพระราชวังหลวงเพราะอยู่ตรงบริเวณกำแพงพระราชวัง สามารถเห็นได้จากภายนอกพระราชวังได้

28

15

17

16

นอกจากนั้นสิ่งที่โดดเด่นอย่างมากในพระราชวังแห่งนี้เพราะ (สำหรับผม) มันดูแตกต่างและไม่เข้าพวก นั่นคือ พลับพลานโปเลียน ซึ่งเป็นตึกที่มีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกและถือเป็นของขวัญจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2419

น่าเสียดายที่ช่วงที่ผมไปนั้นกำลังปิดซ่อมแซม เลยอดเห็นความงามแบบเต็มตา

1.6

นอกจากจะมีหมู่พระราชวังแล้วในบริเวณเดียวกันก็ยังมีวัดพระแก้วหรือวัดอุโบสถรตนาราม ซึ่งทำหน้าที่เหมือนวัดพระแก้วของไทยที่จะใช้สำหรับงานพระราชพิธีเท่านั้นและไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาเช่นกัน

29

ในพระอุโบสถก็มีพระแก้วมรกต และพระชินรังสีราชิกนโรดมซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามญาติ สร้างด้วยทองคำ 90 กิโลกรัม ภายในวิหารยังปูพื้นแผ่นเงินกว่า 5000 แผ่นทำให้วิหารแห่งนี้ถูกเรียกอีกชื่อว่า “วิหารเงิน”

บริเวณระเบียงคตของวิหารก็จะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งเป็นงานเขียนเรื่องรามเกียรติ์ เช่นเดียวกับวัดพระแก้วของบ้านเรา

30

31

32

34

ถึงตรงนี้ ผมต้องบอกไว้ก่อนว่าแม้สถานที่แห่งนี้จะได้ชื่อว่าเป็นพระราชวังหลวง แต่ถ้าดูงานเชิงฝีมือช่าง หรือความประณีต ละเอียดละออ ความเป็นศิลปะชั้นสูงของงานแล้วอาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณกำลังจินตนาการไว้ ยิ่งถ้าคุณกำลังจะเปรียบเทียบกับพระราชวังหลวงของไทย ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามีหลายเหตุผลที่บางครั้งการสร้างงานระดับนี้คงต้องมีความพร้อมและทรัพยากรหลายๆอย่าง ซี่งกัมพูชาเองก็ผ่านศึกสงครามและความไม่สงบมานาน การจะมาสร้างความยิ่งใหญ่เหมือนในอดีตก็อาจจะไม่ง่าย แต่อย่างน้อยพวกเขาก็พยายามรักษาศิลปะ วัฒนธรรมของชาติไว้ซึ่งในมุมผมถือว่าทำได้ดีมากครับ เมื่อเทียบกับข้อจำกัดหลายๆอย่างที่พวกเขามี

26

27

บริเวณพระราชวังเขมรินทร์นั้น นอกจากหมู่พระที่นั่งต่างๆแล้ว พิพิธภัรฑ์สถานแห่งชาติกัมพูชาก็ตั้งอยู่ใกล้ๆกันนี้ด้วย พวกผมเลยถือโอกาสไปชมงานโบราณวัตถุที่มีค่าของเขมรกันด้วยเลยซึ่งภายในนั้นไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปครับ

37

a2

a3

39

40

42

จากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ผมจะเริ่มเข้าสู่การเดินทางที่โหดร้ายที่ผ่านมาของชาวเขมรด้วยการไปเยือนคุกที่โหดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คุกที่ได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปกว่า 15,000 คน นั่นคือ คุกโตนแสลง ครับ

ก่อนจะนำคุณไปพบกับเรื่องรางในคุกนี้ผมขอเล่าโศกนาฏกรรมของชาวกัมพูชาในช่วงที่เขมรแดงเรืองอำนาจหลังจากที่ยึดกรุงพนมเปญได้ในปี 2518

ที่มาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง

กัมพูชาได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์เมื่อพ.ศ. 2497 โดยมีสมเด็จนโรดมสีหนุปกครองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาถึงยุคของสงครามเย็นทำให้กัมพูชาในช่วงปี 2508 สภาพเศรษฐกิจและสังคมตกต่ำเสื่อมโทรมถึงขีดสุด

เกิดความวุ่นวายทางการเมืองและการเดินขบวนประท้วงทั้งจากนักศึกษาและประชาชน จนถึงเดือนมีนาคม 2513 นายพลลอน นอล ก็ได้ทำการรัฐประหาร แต่ต่อมาก็ถูกกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์กัมพูชา หรือเขมรแดง (Khmer Rouge) ที่มีเวียดกงเป็นพันธมิตร เข้ายึดอำนาจปกครองกัมพูชาได้เบ็ดเสร็จเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2518

หลังการยึดอำนาจของของเขมรแดง ประชาชนต่างออกมาโห่ร้องยินดีและต้อนรับคณะผู้บริหารประเทศกลุ่มใหม่ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จนโรดมสีหนุ เพราะหวังว่ากษัตริย์ของพวกเขาจะได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง ซึ่ง ณ ตอนนั้นเขมรแดงยังไม่ได้แสดงธาตุแท้ของความโหดเหี้ยมออกมา

แต่ไม่นานธาตุแท้ของเขมรแดงก็ออก สมเด็จนโรดมสีหนุถูกเขมรแดงรวบอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งหมด  จากนั้นมากัมพูชาอยู่ภายใต้อำนาจของนายพล พต ผู้นำกลุ่มเขมรแดง ก็ได้เปลี่ยนประเทศไปสู่ความรุนแรงสุดขั้ว โดยได้ปรับปรุงระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมพึ่งตนเอง ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอกประเทศ และไม่ยอมเป็นพันธมิตรกับชาติใดๆ

ได้มีการปิดโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน ยกเลิกระบบธนาคาร ระบบเงินตรา

ยึดทรัพย์สินจากเอกชนทั้งหมด ได้มีการกวาดล้างผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางความคิด นักศึกษา ปัญญาชน แพทย์ วิศวกร นักปราชญ์ ศิลปิน จะถูกฆ่าอย่างไร้เหตุผล เพื่อให้กัมพูชามีแต่ชนชั้นกรรมาชีพ

ประชาชนพลเมืองถูกหลอกออกจากเมืองไปยังชนบทกันดาร ถูกบังคับใช้แรงงานเพื่อการเกษตร ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก และไม่มีอาหารเพียงพอ ไม่เว้นแม้แต่เด็ก สตรีและคนชรา

56

57

มีการคาดการณ์กันว่า  4 ปีที่พล พตอยู่ในอำนาจมีผู้คนล้มตายนับล้านชีวิต ทั้งอดอยาก ทั้งถูกทารุณกรรม ถูกฆ่าอย่างมหาศาลและ คุกตวลแสลง และ ทุ่งสังหารก็อุบัติขึ้นในช่วงเวลานั้น

คุกตวลสแลง       

เดิมเป็นโรงเรียนมัธยมซึ่งตั้งชื่อตามบรรพบุรุษของพระมหากษัตริย์กัมพูชา มีตึกเรียน 4 ชั้น 4 อาคาร ซึ่งถ้าดูจากภายนอกก็เหมือนกับโรงเรียนธรรมดา  แต่ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2519 เขมรแดงได้เปลี่ยนโรงเรียนแห่งนี้เป็น S-21 หรือ Tuol SlengS-21 ซึ่งย่อมาจาก Security Office 21 วัตถุประสงค์คือใช้เป็นสถานที่รีดไถคำสารภาพโดยใช้วิธีใดก็ได้ และพอรีดไถสำเร็จ คนๆนั้นๆก็จะถูกเอาไปฆ่า

44

เมื่อเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ความรู้สึกแรกของผมคือความเงียบ แม้จะมีนักท่องเที่ยวอยู่ในนั้นหลายคน บริเวณจุดแรก ณ ทางเข้าจะเป็นหลุมฝังศพของผู้เสียชีวิต 14 ศพ ที่มาพบหลังจากการเข้าเคลียพื้นที่หลังจากเขมรแดงหมดอำนาจแล้ว

45

เมื่อเดินเข้าไปในตึกจะมีป้าย ห้ามหัวเราะ  เนื่องจากสถานที่นี้มีเรื่องราวโหดร้ายขึ้นมากมาย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่นี่จึงควรมีอาการสำรวมเพื่อให้เกียรติกับผู้เสียชีวิต

1.2

อาคารเรียนชั้นล่างที่นี่ถูกดัดแปลงให้เป็นที่ขังเดี่ยว ส่วนด้านบนเป็นที่ขังรวม โดยชั้นกลางเป็นที่ขังนักโทษหญิง  ห้องขังนักโทษนั้นกว้างและยาวราวแค่ 1 เมตรสำหรับนักโทษ 4 คน และกว้าง 6 เมตรสำหรับนักโทษราว 20-30 คน ทุกคนจะมีโซ่ตรวนผูกไว้

59

60

61

63

62

64

นักโทษจะถูกเรียกรวมพลทุกตีสี่ครึ่ง และเริ่มถูกสอบสวนโดยกฎเหล็ก 10 ข้อที่เขียนติดเป็นป้ายอยู่ ซึ่งอ่านแล้วก็ให้รู้สึกหดหู่บอกไม่ถูกครับ หากนักโทษฝ่าฝืนจะถูกทรมานด้วยการถูกโบยตี  หรือไม่ก็จับเข้าเครื่องทรมาน ช็อตด้วยไฟฟ้า

48

ใครที่เป็นนักโทษในคุก S-21 นี้ เป็นที่รู้กันว่าสุดท้ายก็ต้องถูกฆ่า แต่ก่อนที่จะถูกฆ่าจะถูกทารุณอย่างรุนแรง ซึ่งในอาคารต่างๆจะมีเครื่องทรมานวางไว้ พร้อมภาพประกอบของผู้เสียชีวิต แต่ผมขอไม่นำมาแนบลงในจดหมายฉบับนี้ให้คุณดูนะครับ มันหดหู่เกินไป

47

49

66

67

51

52
เนื่องจากเป็นภาพวาดไม่ใช่ภาพจริง เลยเอาลงไว้คับ

นักโทษที่ถูกนำมายัง S-จะถูกถ่ายรูปทุกคน และสอบถามประวัติของทุกคนอย่างละเอียด หลังจากนั้นก็จะถูกแก้ผ้าและให้ใส่ชุดประจำของคุก ดังนั้นจะมีภาพของนักโทษจำนวนมากที่นำมาแสดงไว้

58

55

65
ภาพนี้เห็นทีไรจะรู้สึกแย่ทุกที แม้จะเป็นภาพวาดก็ตาม

S-21 ถือว่าเป็นคุกที่ทางเขมรแดงรวบรวมคนที่เขาคิดว่าเป็นศัตรู หรือเป็นกบฏต่อประเทศชาติและต่อรัฐบาล ในระยะเวลา 5 ปี ที่คุกแห่งนี้ถูกใช้ในการทรมานและฆ่าคน มีนักโทษทั้งหมดประมาณ 15,000 คน ซึ่งรวมถึงเด็กด้วยประมาณ 2,000 กว่าคน นักโทษเหล่านี้ไม่ใช่เฉพาะชาวเขมรเท่านั้น มีทั้งชาวต่างชาติด้วย

เขมรแดงไม่เพียงแต่สังหารประชาชนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเข่นฆ่าสหายเขมรแดงที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย เหยื่อที่ศูนย์ S-21 จำนวนมากเป็นเด็กๆ และเยาวชนที่เป็นลูกหลานของสหายชุดดำของเขมรแดงด้วยกัน คนเหล่านี้ถูกนำไปสอบสวนเค้นเอาความจริง ก่อนจะถูกสังหารแบบฆ่าทั้งโคตร เป็นการกำจัดศัตรูทางการเมืองอย่างเหี้ยมโหด

54

68

ผมใช้เวลากับสถานที่แห่งนี้พอสมควร ยิ่งเดินไป ยิ่งดูภาพ ยิ่งอ่านข้อมูลต่างๆ แล้วก็ยิ่งหดหู่ ความรู้สึกมันจมดิ่งลงไปแบบไม่ทราบจะเขียนอธิบายอย่างไร ผมคิดว่าคนที่จะมาที่นี่ควรต้องมีใจแข็งๆประมาณหนึ่งครับถึงจะรับกับอะไรแบบนี้ได้

ผมพักเบรคเรื่องราวเศร้าๆไว้ตรงนี้ก่อนด้วยการเบรคไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารบุฟเฟย์ที่ถ้าคุณไปพนมเปญก็อยากแนะนำครับเพราะถือว่าอาหารมากมายหลากหลายใช้ได้เลย

72

70

71

เมื่อเติมพลังกายแล้ว ก็ฮึดเติมพลังใจกันอีกรอบเพื่อไปเจอกับอีกสถานที่ๆโหดร้ายในยุคการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดงที่ยิ่งกว่าตวลแสลง

ทุ่งสังหาร (Killing Field)

ศูนย์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเขมรแดง หรือที่รู้จักกันในชื่อ Killing Field หรือทุ่งสังหาร

73

ปัจจุบันเป็นแหล่งการศึกษาเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงความโหดร้ายของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง และช่วยกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

เมื่อจ่ายค่าเข้าไปแล้ว จะเจออาคารที่ก่อสร้างคล้ายๆ เมรุเผาศพ ซึ่งภายในจะบรรจุกะโหลกศีรษะไม่น้อยกว่า 5,000 กะโหลก รวมเศษกระดูกมนุษย์ เสื้อผ้าของผู้ที่ถูกสังหารโดยเขมรแดง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2518

75

1.3

1.4

ทุ่งสังหารแห่งนี้เคยเป็นสถานที่สังหารผู้คนถึง 17,000 คน ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณท์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

แม้บรรยายกาศที่นี้ จะเงียบสงบ แต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นโดยที่ทุ่งสังหารแห่งนี้ เขมรแดงจะพานักโทษขึ้นรถบรรทุก และผูกตา นำมาลงที่นี่ โดยให้เซ็นยอมรับความผิดและจบด้วยการสังหารอย่างโหดรูปแบบต่างๆ

ที่สำคัญยังให้นักโทษขุดหลุมที่จะฝังตัวเองก่อนที่จะมีการสังหาร ซึ่งมีนับสิบหลุม โดยหลุมที่ขุดขึ้นมามาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ทางด้านหลังที่นี้ยังเป็นทุ่งนาและป่าหญ้า ยังมีอีกหลายหลุมที่ทางการยังไม่ได้ขุด ซึ่งทางการเขมรตัดสินใจไม่ขุดต่อ เพราะอยากให้ผู้ตายได้อยู่อย่างสงบต่อไป

76

77

79

80

78

โดยบริเวณที่คุณเดินดูหลุมต่างๆ ที่เคยฝังศพผู้เคราะห์ร้ายไว้นั้น ระหว่างทางเดินก็อาจจะเจอเศษเสื้อผ้า เศษกระดูกอยู่ระหว่างทางด้วย เนื่องจากที่ทุ่งสังหารแห่งนี้เคยมีน้ำท่วมคนทำให้ให้เศษกระดูกและเศษเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิตไหลมาตามน้ำและกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆทั่วบริเวณ

83

82

ในบริเวณนี้ยังมี ต้นไม้สังหาร ซึ่งจะมีการแขวนลำโพงเพื่อเปิดเพลงหรือเปิดเสียงที่ดังมากๆๆๆๆ

ดังจนสามารถกลบเสียงร้องโหยหวนด้วยความกลัว ความทุกข์ทรมานของคนที่กำลังถูกนำมาฆ่า เพื่อไม่ให้คนอื่นๆ หรือสถานที่ใกล้เคียงรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น คนที่คิดอะไรแบบนี้ได้ไม่รู้ว่าจิตใจต้องเหี้ยมโหดแค่ไหนนะครับ

84

นอกจากนั้นที่นี่ยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีการฉายภาพประวัติศาสตร์พร้อมเรื่องราวการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เหี้ยมโหด. รวมทั้งมีนิทรรศการที่มีเรื่องราวของบุคคลที่มีชื่อเสียงต่างๆของกัมพูชาในอดีตทั้งดาราซูเปอร์สตาร์ นักปราชญ์ ฯลฯ ที่ต้องมาจบชีวิตลงเพราะเหตุการณ์นี้ เดินอ่านไป มันรู้สึกสงสารและเศร้าใจมากจริงๆ ครับ

85

86

87

ผมขอจบเรื่องราวความหดหู่นี้ด้วยคำถามที่ผมเคยถามไกด์คนเก่งของผมตอนที่เขานำเที่ยวที่เสียมเรียบ ผมเคยถามเขาว่า….

ทำไมเขมรแดงต้องฆ่าคนเขมรด้วยกันมากขนาดนี้???

เขานั่งนิ่งใช้ความคิดไปสักพักแล้วก็ตอบผมกลับมาว่า…

“แรกๆ อาจจะฆ่าเพราะอุดมการณ์ เพราะความเกลียดชัง เพราะคำสั่ง เพราะเหตุผลหลายๆอย่าง แต่ฆ่าไปฆ่ามา มันก็ฆ่ากันแบบไม่มีเหตุผล ฆ่าด้วยความเคยชิน แค่ต้องฆ่าเท่านั้น”

ผมว่าเป็นคำตอบที่อธิบายอะไรในตัวมันเองหลายๆอย่างได้เป็นอย่างดีนะครับ

หลังจาก Killing Field ผมและเพื่อนๆก็ตรงไปสนามบินเพื่อบินกลับเมืองไทยกันเลยครับ อะไรหลายๆอย่างที่เราไปชมในวันนี้ทำให้ตัดสินใจตัดโปรแกรม shopping ที่ตลาดรัสเซียออก มันเหมือนไม่มีอารมณ์จะ shopping ล่ะ

88

89

90

ทริปกัมพูชาคราวนี้เป็นทริปหนึ่งที่ผมประทับใจมากๆ มีเรื่องราวมากมายให้ตื่นเต้นตั้งแต่ก่อนเดินทาง แต่ผมดีใจมากๆครับที่ได้ออกเดินทางไปเที่ยวในครั้งนั้น เหมือนมันช่วยเติมเต็ม เปิดมุมมอง และเปลี่ยนวิธีคิดและการมองโลกหลายๆอย่างในตัวเรา

กัมพูชาหรือเขมร เป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยผลงานสิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมต่างๆที่หลงเหลือมาถึงยุคปัจจุบันก็เป็นเครื่องยืนยันถึงข้อเท็จจริงนี้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งมีเรื่องราวมากมายให้เราได้เรียนรู้ทั้งความรุ่งเรืองที่สุดและตกต่ำที่สุด เป็นความสุดขั้วทั้งสองด้าน

ปัจจุบันกัมพูชาอาจจะไม่ได้มีความเจริญทัดเทียมประหลายๆประเทศในภูมิภาค แต่การที่ประเทศกัมพูชาได้ผ่านเรื่องราวโหดร้าย หนักหนาสาหัสสากรรจ์มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ผู้คนของประเทศนี้ยังสามารถลุกขึ้นมา สร้างประเทศให้ยังคงอยู่โดยพยายามรักษาศิลปะวัฒนธรรมของตนเองเอาไว้

แค่นี้หัวใจที่แข็งแกร่งของพวกเขาก็น่านับถือและชื่นชมมากนะครับ

กัมพูชาเป็นอีกประเทศที่ถ้ามีโอกาสผมก็อยากให้คุณเริ่มออกเดินทางไปเรียนรู้สิ่งต่างๆเหล่านี้ด้วยตัวเอง เพื่อให้คุณค้นพบว่าโลกมันกว้างใหญ่ มีสิ่งต่างๆให้คุณเรียนรู้ไม่รู้จบจริงๆครับ

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึง

Mgastronome

One Comment Add yours

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s