Review ทริปเยือนเมืองหลวงใหม่ VS เก่าอินโดนีเซีย Jakarta & Yogyakarta Part 3

ถึง…เธอ

วันนี้จะเป็นวันที่ผมจะเดินทางไปยอคยาการ์ต้า เมืองหลวงเก่าของอินโดนีเซีย เมืองที่ผมอยากแนะนำจริงๆให้คุณลองไปเยือนสักครั้งโดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ เพราะเมืองนี้ตอบโจทย์มากๆ ด้วยมีศาสนสถานทั้งพุทธ พรามณ์ ที่เว่อวังอลังการมากจริงๆ

บุโรพุทโธ พุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ปรามบานัน ยิ่งใหญ่เว่อวังมากๆ

ผมตื่นแต่เช้ามืดเพราะต้องการบิน Flight แรกจากจาการ์ต้า ไปยังยอคยาการ์ต้า โดยต้องไป Terminal ใหม่สำหรับการเดินทางในประเทศ ตอนนั้นที่ผมเดินทางนั้นเรียกว่า Terminal นี้เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ เลย

อาหารเช้าก็ไปฝากท้องกันที่สนามบินเลย

จากจาการ์ต้าไปยอคยาการ์ต้าโดยเครื่องบินใช้เวลาประมาณ1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าใช้รถประจำทางจะใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมงจากจาการ์ต้า  ส่วนรถไฟก็ประมาณ 7-12 ชั่วโมงแล้วแต่เวลา delay โดยสถานีรถไฟเมืองยอคยาการ์ต้า ชื่อว่า ตูกู (Tugu)

เมื่อไปถึงสนามบิน ผมค่อนข้างประหลาดใจที่เจอผู้คนพลุกพล่านมาก เป็นสนามบินที่คึกคักจริงๆ ซึ่งภายหลังผมมาทราบว่าเมืองนี้ถือเป็นศูนย์กลางอีกเมืองของอินโดนีเซีย ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และโดยเฉพาะการศึกษา เนื่องจากยอร์คยาการ์ต้าเป็นเมืองที่มีมหาวิทยามากที่สุดใน Indonesia

ยอคยาการ์ต้า ( Yogyakarta )

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย อดีตเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรมาตาราม (Mataram) ที่เจริญรุ่งเรืองมากว่าพันปีที่แล้ว ถึงขนาดได้สร้างศาสนสถานบุโรพุทโธ (Borobudur) ซึ่งเป็นวัดในพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อนที่จะมีการสร้างนครวัดในกัมพูชาด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังมีศาสนสถานอื่นที่มีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เช่น พรัมบานัน (Prambanan) ราตู โบโก (Ratu Boko) และศาสนสถานอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วยอคยาการ์ต้า

จนกระทั่งศตวรรษที่ 10 อาณาจักรมาตาราม (Mataram) ได้ทำการย้ายศูนย์กลางอาณาจักรไปที่ชวาตะวันออก ความยิ่งใหญ่ทั้งหมดในเมืองนี้จึงถูกทอดทิ้งและถูกฝังอยู่ภายใต้เถ้าถ่านจากการระเบิดของภูเขาไฟเมอราปี (Merapi) ไปถึงหกร้อยปี

ต่อมา Panembahan Senopati ได้กลับมาตั้งอาณาจักรอิสลามมาตาราม (Islamic Mataram) ขึ้นที่ยอคยาการ์โดยได้สร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้งทั้ง ป้อมปราการ พระราชวัง Kratonที่ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้  รวมทั้งสุสานหลวงที่โกตาเกอเดะ (Kotagede) ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่รู้จักในการเป็นศูนย์หัตถกรรมเงินในยอคยาการ์ต้า

สัญลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างของยอร์คยาการ์ต้า คือภูเขาไฟมาลาปี ที่มีความสูง 2,968 เมตรเหนือน้ำทะเล ภูเขาไฟลูกนี้เป็นภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิท มีการระเบิดเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการระเบิดใน พ.ศ. 2473 ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 1,300 ราย  ล่าสุดคือการระเบิดเมื่อ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ก่อให้เกิดเถ้าถ่านและกลุ่มควันสูงขึ้นไปในอากาศถึง 1.5 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 304 คน ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่กว่า 50,000 คน

ส่วนตัวผมแม้จะเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น หรือน่ากลัวเพียงใด แต่ภูเขาไฟลูกนี้ก็ดูยิ่งใหญ่และมีรูปทรงที่สวยมาก ไม่ต่างจากภูเขาไฟฟูจิ เพียงแค่ไม่มีหิมะปกคลุมเท่านั้น ความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟมาราปีสามารถมองเห็นได้เกือบจากทุกจุดของเมืองเลยทีเดียว 

การเดินทางี่สะดวกในเมืองก็คือการใช้รถ Taxi แต่เพื่อให้มั่นใจจริงๆ ผมตัดสินใจติดต่อเช่าเหมารถไปเลย เพราะจะมีการเดินทางไปหลายสถานที่ ไม่อยากจะต้องคอยมาลุ้นกันครั้งต่อครั้ง

ที่ยอร์คยาการ์ต้า ผมพักที่โรงแรม Prime Plaza ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีทั้งความสะดวกสบาย มี Facility ที่ครบและราคาค่อนข้างมิตรภาพมากๆ

หลังจากเอาข้าวของเข้าที่พัก ผมก็เริ่มเที่ยวไปสถานที่แรก…

Pasar Seni Gabusan Art Market

เป็นตลาดที่เน้นขายงานฝีมือและงานศิลปะของคนพื้นถิ่น สภาพก็คล้ายๆจตุจักรบ้านเราคือเป็นตลาด Open Air ที่มีร้านขายงานฝีมือทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ อุปกรณ์แต่งบ้าน ให้เลือกซื้อ ที่น่าสนใจคืองานบางอย่างมีการสาธิตการทำให้ดูด้วย 

หลังจากเดินดูงานศิลปะและ shopping เล็กๆน้อยๆ ผมเห็นมีบริการนั่งรถม้าชมเมืองรอบๆด้วย เลยใช้บริการนั่งไปดูวิถีชีวิตชาวบ้านแถวนี้ดู

ดูแล้วสภาพก็ไม่ต่างกับชนบทบ้านเราเลยครับ 

หลังจากวนชมบ้านเมืองรอบนอกเมือง Yogjakarta ไป 1 รอบ ก็ได้เวลาไปสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดสำหรับผมในทริปนี้ เป็นจุดหมายปลายทางที่ทำให้ผมดั้นด้นมาถึงเมืองนี้ นั่นคือ พุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก…

บุโรพุทธโธ (Borobudur) 

เป็นวัดในพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่เก้า เรียกว่าสร้างก่อนนครวัดถึง 300 ปี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 40 กิโลเมตรเศษจากยอคยาการ์ต้า ทำด้วยหินภูเขาไฟขนาดใหญ่มหึมา สูงประมาณ 15 เมตร 

บุโรพุทธโธ ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Samaratunggaของราชอาณาจักรมาตารามเก่า ตามจารึกของ Kayumwungan ในอินโดนีเซียกล่าวว่า บุโรพุทธโธ เป็นสถานที่สำหรับสวดมนต์ที่มีความสมบูรณ์ที่สุด เริ่มสร้างขึ่นในปี ค.ศ. 775 จนกระทั่งมาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยของกษัตริย์อินทราเมื่อปี ค.ศ. 847 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 70 ปีเศษ 

ชื่อของบุโรพุทธโธ นั้นสันนิษฐานกันไปหลายความหมายเช่น ภูเขาที่มีระเบียง (budhara) หรืออาจจะหมายถึง พระอารามในสถานที่สูง

บุโรพุทโธ เปรียบเสมือนศูนย์กลางของจักรวาล แบ่งได้เป็น 3 ชั้น คือ ส่วนฐานของเจดีย์เป็นขั้นบันไดใหญ่ 4 ขั้น โดยรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมกำแพงรอบฐานมีภาพสลักนูนต่ำราว 160 ภาพอยู่ในส่วนกามาฐานหรือขั้นที่มนุษย์ยังผูกพันอย่างใกล้ชิดกับความสุขทาง โลกและถูกครอบงำด้วยกิเลสตัณหา 

ส่วนที่ 2 คือส่วนบนของฐานที่มีขั้นบันไดรูปกลม ฐาน 6 ขั้นที่มีรูปสลักนูนต่ำเกือบ 1,400 ภาพ  ที่แสดงพุทธประวัติ ถือเป็นขั้นรูปธาตุ  หรือ ขั้นที่มนุษย์หลุดพ้นจากกิเลส ทางโลกมาได้บางส่วน  

ส่วนที่ 3 คือส่วนของฐานกลมที่มีเจดีย์เล็กๆ 3 ชั้นล้อมรอบสถูปองค์ใหญ่ที่สุด  หมายถึงจักรวาล  คือ ขั้นอธูปธาตุ  ที่มนุษย์ไม่ผูกพันกับทางโลกอีกต่อไป

Highlight สำคัญของบุโรพุทโธ คือ เจดีย์ทรงระฆังโปร่งฉลุลายเป็นรูปสี่แหลี่ยมข้าวหลามตัด  ครอบองค์พระพุทธรูปองค์เล็กข้างใน ส่วนนี้ มีความเชื่อกันว่าหากยื่นมือไปจนถึงและสัมผัสพระพุทธรูปภายในได้พร้อมอธิษฐานขอพรแล้วจะสมหวังและโชคดี  

เจดีย์เหล่านี้มีจำนวน 72 องค์ เรียงเป็นแนวล้อมรอบสถูปของชั้นที่ 10 ซึ่งมีลักษณะเป็นฐานวงกลมใหญ่ของเจดีย์องค์ประธานสูง 150 ฟุต  เดิมเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ข้างในแต่ปัจจุบันว่างเปล่า

ผมรู้สึกไม่ผิดหวังเลยที่ได้มาเยือนที่นี่ ยังอดแปลกใจไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำไมบุโรพุทโธถึงไม่ได้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทย อาจจะเพราะการเดินทางมาลำบาก ต้องเดินทางหลายต่อ อาจจะเพราะเรื่องค่าใช้จ่าย หรืออาจจะเพราะเมืองยอร์คจาการ์ต้าไม่เป็นที่รู้จักมากเพียงพอ

แต่ผมมั่นใจว่าใครได้เดินทางมาเยือนที่นี่แล้วจะต้องประทับใจทั้งในความยิ่งใหญ่ ความอลังการของสถานที่แห่งนี้ วิวทิวทัศน์โดยรอบ ผมยังอดแปลกใจไม่ได้ด้วยซ้ำว่าถ้าดูจากฝีมือการก่อสร้าง ความปราณีต และรายละเอียดต่างๆของบุโรพุทโธที่สร้างมาก่อนนครวัดเสียอีก สถานที่แห่งนี้น่าจะได้รับกายกย่องเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยซ้ำ

และถ้าหากคุณเป็นนักท่องเที่ยวแนวอารยธรรมโบราณ ชอบในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ของคนโบราณ บุโรพุทโธคือสถานที่ๆคุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง และผมอยากแนะนำให้คุณรีบเดินทางไปด้วยก่อนที่จะสายเกินไป

ที่ผมต้องเขียนบอกคุณไว้แบบนี้ เพราะอย่างที่ผมเกริ่นในช่วงแรก พื้นที่แห่งนี้อยู่ภายใต้ความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟมาราปีซึ่งยังไม่ดับสนิท พื้นที่แห่งนี้จึงเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ดังนั้นบุโรพุทโธจึงอยู่ในพื้นที่ๆมีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่อาจจะหายไปตลอดการ

การเดินทางไปบุโรพุทธโธ ถ้าไม่ใช้วิธีเช่าเหมาแบบทั้งวันแบบผมก็สามารถใช้บริการแท๊กซี่ โดยราคาต่อเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 100,000-150,000รูเปียร์

ค่าเข้าชม บุโรพุทโธอยู่ที่ US$20หรือ Rp 190,000สำหรับผู้ใหญ่ ชาวต่างชาติ และ US$10/Rp 95,000สำหรับเด็ก หรือ นักศึกษา 

เวลาที่เปิดให้เข้าชม คือตั้งแต่ 06.00น. – 17.00น.

ในช่วงที่ผมไปโชคดีมากๆๆ ที่ช่วงนั้นมีงาน light and sound ที่เป็นการเล่าประวัติการสร้างบุโรพุทโธด้วย เลยได้มีโอกาสได้ชมการแสดงแบบอลังการโดยมีบุโรพุทโธจริงๆเป็นฉากหลังในยามค่ำคืน คือมันตระการตามาก

ปัจจุบันเท่าที่หาข้อมูลเหมือนจะไม่มีแล้ว น่าเสียดายมากๆ

เคยมีคำกล่าวที่นักท่องเที่ยวน่าจะเคยได้ยินว่า ต้องไปเห็น นครวัด ให้ได้ก่อนตาย

ผมคิดว่าความยิ่งใหญ่ของ…บุโรพุทโธ ก็คู่ควรกับคำกล่าวนี้เช่นกัน

จดหมายฉบับหน้าผมจะพาคุณไปท่องเที่ยวในยอคจาการ์ต้าเป็นวันที่ 2 ซึ่งยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายเลยคับ

อยากให้คุณไปอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

รักและคิดถึง

Mgastronome

Fanpage : M Eat and Travel


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s